คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9105/2544 ฉบับเต็ม

#98463
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9105/2544 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายณรงค์ วงศ์วิวัฒน์ชัย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 86, มาตรา 104, มาตรา 226, มาตรา 229, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 3,589,560.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,831,577.54 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล จำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดี ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชนะคดี โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า? จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยผู้อุทธรณ์จะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 คือ ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ และถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ยกอุทธรณ์คำสั่งและฎีกาคำสั่งของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยและชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-ไพศาล เจริญวุฒิ-สายันต์ สุรสมภพ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายทวี เนียมประดิษฐ์ ศาลอุทธรณ์ - นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98463
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายทวี เนียมประดิษฐ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059197"
    }
}
date
2544
deka_no
9105/2544
deka_running_no
9105
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สายันต์ สุรสมภพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 86",
            "ม. 104",
            "ม. 226",
            "ม. 229",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายณรงค์ วงศ์วิวัฒน์ชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 3,589,560.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,831,577.54 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล จำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดี ให้งดสืบพยานจำเลย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชนะคดี

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยานจำเลย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า?

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลย ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยผู้อุทธรณ์จะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 คือ ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ และถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ยกอุทธรณ์คำสั่งและฎีกาคำสั่งของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์เฉพาะที่เกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยและชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001065.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544