คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9660/2544 ฉบับเต็ม

#98480
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9660/2544 บริษัทชัยธนาสถาปัตย์ จำกัด โจทก์ บริษัทลีฟวิ่งทาวน์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 369 ป.วิ.พ. มาตรา 138, มาตรา 271, มาตรา 276, มาตรา 296 วรรคหนึ่ง จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่า ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตาม ป.วิ.พ.มาตรา 296 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดีศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะยกคำร้องได้ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมิได้บังคับว่าศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนคำร้องก่อนมีคำสั่ง ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอมได้กำหนดวันเวลาที่จำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์ไว้ก่อนวันเวลาที่โจทก์จะต้องมีหน้าที่ปฎิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ อันเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งมีกำหนดเวลาที่แน่นอน จำเลยจะเข้าใจเอาเองว่าโจทก์จะไม่ดำเนินการอย่างใด ๆ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แล้วจำเลยระงับการชำระค่าจ้างที่จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ชั่วคราวหาได้ไม่ เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าจ้างให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามวันที่กำหนดไว้ ถือได้ว่าจำเลยผิดนัดโจทก์มีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยได้ทันที ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับจ้างก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย 9 ชั้น ให้แก่จำเลยทั้งเจ็ดตามที่ว่าจ้าง จำเลยทั้งเจ็ดค้างชำระค่าจ้าง จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดชำระเงินจำนวน 9,092,067.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 7,390,047.87 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งเจ็ดทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า โจทก์ตกลงยอมซ่อมแซมสิ่งบกพร่องของอาคารชุดพักอาศัย 9 ชั้น จำนวน 1 หลัง สระว่ายน้ำ และรั้วรอบอาคารที่จำเลยทั้งเจ็ดว่าจ้างโจทก์ปลูกสร้าง โดยจำเลยทั้งเจ็ดตกลงยอมชำระค่าจ้างที่ค้างจำนวน 6,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอว่าจำเลยทั้งเจ็ดผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ด ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2541 จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการตามสัญญา จำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่ชำระหนี้งวดแรกให้โจทก์ ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2542 ว่า หมายบังคับคดีชอบแล้ว ไม่มีเหตุยกเลิก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 27 มกราคม 2542 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ดและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่า ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ซึ่งหากได้ความจริงตามคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดีทั้งหมดหรือบางส่วนหรือมีคำสั่งอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควรได้ หากไม่ได้ข้อเท็จจริงตามคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลก็ชอบที่จะยกคำร้องเสียได้ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมิได้บังคับว่าศาลจะต้องไต่สวนคำร้องก่อนมีคำสั่งเสมอไป ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งมีกำหนดเวลาที่แน่นอน เมื่อจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระค่าจ้างให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามวันที่กำหนดไว้ ถือได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดผิดนัด โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ดได้ทันที การที่ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีจึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ดอีกต่อไป พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (เดิมพัน จรรยามั่น-สมชัย เกษชุมพล-สุมิตร สุภาดุลย์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประสงค์ คุณาจิรภรณ์ ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98480
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายประสงค์ คุณาจิรภรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058647"
    }
}
date
2544
deka_no
9660/2544
deka_running_no
9660
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "เดิมพัน จรรยามั่น",
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 369"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138",
            "ม. 271",
            "ม. 276",
            "ม. 296 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทชัยธนาสถาปัตย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทลีฟวิ่งทาวน์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับจ้างก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย 9 ชั้น ให้แก่จำเลยทั้งเจ็ดตามที่ว่าจ้าง จำเลยทั้งเจ็ดค้างชำระค่าจ้าง จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดชำระเงินจำนวน 9,092,067.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 7,390,047.87 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งเจ็ดทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า โจทก์ตกลงยอมซ่อมแซมสิ่งบกพร่องของอาคารชุดพักอาศัย 9 ชั้น จำนวน 1 หลัง สระว่ายน้ำ และรั้วรอบอาคารที่จำเลยทั้งเจ็ดว่าจ้างโจทก์ปลูกสร้าง โดยจำเลยทั้งเจ็ดตกลงยอมชำระค่าจ้างที่ค้างจำนวน 6,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอว่าจำเลยทั้งเจ็ดผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ด ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2541

จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการตามสัญญา จำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่ชำระหนี้งวดแรกให้โจทก์ ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2542 ว่า หมายบังคับคดีชอบแล้ว ไม่มีเหตุยกเลิก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 27 มกราคม 2542 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ดและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่า ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ซึ่งหากได้ความจริงตามคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดีทั้งหมดหรือบางส่วนหรือมีคำสั่งอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควรได้ หากไม่ได้ข้อเท็จจริงตามคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ด ศาลก็ชอบที่จะยกคำร้องเสียได้ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมิได้บังคับว่าศาลจะต้องไต่สวนคำร้องก่อนมีคำสั่งเสมอไป ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งมีกำหนดเวลาที่แน่นอน เมื่อจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระค่าจ้างให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามวันที่กำหนดไว้ ถือได้ว่าจำเลยทั้งเจ็ดผิดนัด โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งเจ็ดได้ทันที การที่ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีจึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งเจ็ดอีกต่อไป

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001060.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544