คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9714/2544 ฉบับเต็ม

#98482
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9714/2544 นายอัมพร นิละโยธิน โจทก์ นางสาวอรุณ อินทรสาลี กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 229 นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ขอขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ และขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น รวมเป็นเวลาถึง 1 ปีเศษ นับว่าจำเลยมีเวลาเตรียมเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนานเพียงพอแล้ว ตามคำร้องของจำเลยก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยจะวางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนดเวลาที่ขอขยายไว้ กรณียังไม่อาจถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลาวางเงินตามคำร้องของจำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕,๔๖๗,๕๔๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๕๑๒,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๖๓ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๑ ต่อมาวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตมีกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองหากประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสอง นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๒ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยาย ระยะเวลาชำระเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ ครั้นวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมและ ค่าทนายความที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองวาง ค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ภายในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ต่อมาในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้อง ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวออกไปอีก ๑๕ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมวางศาลถึง ๒ ครั้ง มาแล้ว หากศาลอนุญาตให้จำเลยทั้งสองขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอีก กรณีไม่แน่นอนว่าจำเลยทั้งสองจะนำค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายมาวางศาลได้เมื่อใด จึงไม่อนุญาต ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ขยายเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ขอขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ และขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น รวมเป็นเวลาถึง ๑ ปีเศษ นับว่าจำเลยทั้งสองมีเวลาเตรียมเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนานเพียงพอแล้ว ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ และฉบับลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะวางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนดเวลาที่ขอขยายไว้ กรณียังไม่อาจถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดนครปฐม - นายคำแหง เกตุมาก ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98482
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นายคำแหง เกตุมาก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058541"
    }
}
date
2544
deka_no
9714/2544
deka_running_no
9714
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอัมพร นิละโยธิน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรุณ อินทรสาลี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕,๔๖๗,๕๔๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๕๑๒,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๖๓ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๑ ต่อมาวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตมีกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองหากประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสอง นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๒ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยาย ระยะเวลาชำระเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ ครั้นวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมและ ค่าทนายความที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองวาง ค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ภายในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ต่อมาในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้อง ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวออกไปอีก ๑๕ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมวางศาลถึง ๒ ครั้ง มาแล้ว หากศาลอนุญาตให้จำเลยทั้งสองขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอีก กรณีไม่แน่นอนว่าจำเลยทั้งสองจะนำค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายมาวางศาลได้เมื่อใด จึงไม่อนุญาต ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ขยายเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ขอขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ และขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น รวมเป็นเวลาถึง ๑ ปีเศษ นับว่าจำเลยทั้งสองมีเวลาเตรียมเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนานเพียงพอแล้ว ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๒ และฉบับลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะวางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนดเวลาที่ขอขยายไว้ กรณียังไม่อาจถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001059.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544