คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2545 ฉบับเต็ม

#98484
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2545 นางละมัย เป้านงคราญ โจทก์ นายสม เพ็ชรจันทร์ ผู้ร้อง นายสวัสดิ์ ทองบุญมี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง, มาตรา 248 วรรคสาม โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ของโจทก์ซึ่งให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จำเลยมิได้ต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวอันจะทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง ในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอน จึงเป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับบริวารของจำเลยให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ เมื่อคู่ความในคดีเดิมต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสองและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคสาม ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวเสร็จสิ้น แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปรื้อบ้านดังกล่าวแล้วบางส่วน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนเป็นบ้านของผู้ร้อง ไม่ใช่บ้านของจำเลย ขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ดำเนินการบังคับคดีรื้อถอนบ้านของจำเลย ไม่บ้านของผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้งว่า จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อปลูกบ้าน ค่าเช่าเดือนละ 100 บาท นับจากวันทำสัญญาเช่าจนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 6 ปีเศษ โจทก์ประสงค์ใช้ที่ดิน จึงมีหนังสือบอกเลิกการเช่า แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมออกไป ขอให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวและออกไปจากที่ดินของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของนางทองแม่ยายจำเลย เมื่อนางทองถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของภริยาจำเลยและพี่น้องภริยาจำเลย โจทก์ปลอมลายมือชื่อนางทองในหนังสือมอบอำนาจและกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นจดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ สัญญาเช่าเป็นเอกสารปลอม คดีเดิมของเรื่องนี้จึงเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวอันจะทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ คู่ความในคดีเดิมจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง คดีนี้เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดีซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอน จึงเป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับบริวารของจำเลยให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ เมื่อคู่ความในคดีเดิมต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสาม ผู้ร้องฎีกาว่า บ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปรื้อถอนเป็นบ้านของผู้ร้อง มิใช่ของจำเลย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง. (พูนศักดิ์ จงกลนี-วิชา มหาคุณ-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสันติชัย วัฒนวิกย์กรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบัติ อรรถพิมล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98484
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิษณุโลก",
        "judge": "นายสันติชัย วัฒนวิกย์กรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมบัติ อรรถพิมล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056541"
    }
}
date
2545
deka_no
1174/2545
deka_running_no
1174
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "วิชา มหาคุณ",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคสอง",
            "ม. 248 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางละมัย เป้านงคราญ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสม เพ็ชรจันทร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสวัสดิ์ ทองบุญมี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวเสร็จสิ้น แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปรื้อบ้านดังกล่าวแล้วบางส่วน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนเป็นบ้านของผู้ร้อง ไม่ใช่บ้านของจำเลย ขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ดำเนินการบังคับคดีรื้อถอนบ้านของจำเลย ไม่บ้านของผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้งว่า จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อปลูกบ้าน ค่าเช่าเดือนละ 100 บาท นับจากวันทำสัญญาเช่าจนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 6 ปีเศษ โจทก์ประสงค์ใช้ที่ดิน จึงมีหนังสือบอกเลิกการเช่า แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมออกไป ขอให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวและออกไปจากที่ดินของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของนางทองแม่ยายจำเลย เมื่อนางทองถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของภริยาจำเลยและพี่น้องภริยาจำเลย โจทก์ปลอมลายมือชื่อนางทองในหนังสือมอบอำนาจและกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นจดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ สัญญาเช่าเป็นเอกสารปลอม คดีเดิมของเรื่องนี้จึงเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวอันจะทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ คู่ความในคดีเดิมจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง คดีนี้เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดีซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอน จึงเป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับบริวารของจำเลยให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ เมื่อคู่ความในคดีเดิมต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสาม ผู้ร้องฎีกาว่า บ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปรื้อถอนเป็นบ้านของผู้ร้อง มิใช่ของจำเลย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001041.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545