คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2545 ฉบับเต็ม

#98489
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2545 นางมาลี อินธิแสง โจทก์ นายประสิทธิ์ จันทร์ชนะ จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินไว้ต่อธนาคารเพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่มีต่อธนาคารดังกล่าว ต่อมาจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทธนาคารเดียวกันให้แก่โจทก์เพื่อนำไปเบิกเงินและไถ่ถอนจำนองที่ดินแต่ธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงิน หลังจากนั้นโจทก์ถูกธนาคารฟ้องบังคับจำนอง ดังนี้เป็นที่เห็นได้ว่า ในขณะที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทนั้นจำเลยไม่มีหนี้ที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยอันเนื่องจากโจทก์ถูกธนาคารบังคับชำระหนี้แทนจำเลย ฉะนั้น เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยยังไม่มีหนี้ซึ่งอาจบังคับได้ ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ จำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ โจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่ดิน ๒ แปลง ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์พิพาท (น.ส. ๓ ก.) ไว้ต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสกลนคร จำนวนเงิน ๗๖๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่มีต่อธนาคารดังกล่าว ต่อมาวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๓๗ จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารเดียวกันจำนวนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เพื่อนำไปเบิกเงินและไถ่ถอนจำนองที่ดินทั้งสองแปลงนั้น แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างเหตุ "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" เพราะจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอจ่าย หลังจากนั้นโจทก์ได้ถูกธนาคารดังกล่าวฟ้องบังคับจำนอง คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี และคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยโจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้น แต่จากข้อเท็จจริงข้างต้น ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นปรับกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏเสียก่อน โดยเห็นว่า ขณะที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท โจทก์ยังมิได้ถูกธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยฟ้องบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินทั้งสองแปลงหรือโจทก์ได้ชำระหนี้จำนองให้แก่ธนาคารแล้ว ณ ขณะนั้นจำเลยไม่มีหนี้ที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย อันเนื่องจากโจทก์ถูกธนาคารบังคับชำระหนี้แทนจำเลย ฉะนั้น เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยยังไม่มีหนี้ซึ่งอาจบังคับได้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง . (สมชาย จุลนิติ์-ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสมยศ ชัยประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจักรชัย เยพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98489
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสกลนคร",
        "judge": "นายสมยศ ชัยประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายจักรชัย เยพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055953"
    }
}
date
2545
deka_no
1593/2545
deka_running_no
1593
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ดวงมาลย์ ศิลปอาชา",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมาลี อินธิแสง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประสิทธิ์ จันทร์ชนะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ จำคุก ๑ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ โจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่ดิน ๒ แปลง ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์พิพาท (น.ส. ๓ ก.) ไว้ต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสกลนคร จำนวนเงิน ๗๖๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่มีต่อธนาคารดังกล่าว ต่อมาวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๓๗ จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารเดียวกันจำนวนเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เพื่อนำไปเบิกเงินและไถ่ถอนจำนองที่ดินทั้งสองแปลงนั้น แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างเหตุ "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" เพราะจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอจ่าย หลังจากนั้นโจทก์ได้ถูกธนาคารดังกล่าวฟ้องบังคับจำนอง คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี และคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยโจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้น แต่จากข้อเท็จจริงข้างต้น ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นปรับกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏเสียก่อน โดยเห็นว่า ขณะที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท โจทก์ยังมิได้ถูกธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยฟ้องบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินทั้งสองแปลงหรือโจทก์ได้ชำระหนี้จำนองให้แก่ธนาคารแล้ว ณ ขณะนั้นจำเลยไม่มีหนี้ที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย อันเนื่องจากโจทก์ถูกธนาคารบังคับชำระหนี้แทนจำเลย ฉะนั้น เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยยังไม่มีหนี้ซึ่งอาจบังคับได้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001036.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545