คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8362/2544 ฉบับเต็ม

#98492
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8362/2544 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบุตรไทยเจริญจิต จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1), มาตรา 280 ป.วิ.พ. มาตรา 280 เป็นเพียงบทสันนิษฐานเพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาค 4 ว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ให้ถือว่าบุคคลตามที่ระบุไว้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีเท่านั้น มิได้หมายความว่าบุคคลอื่นนอกจากที่ระบุไว้จะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ย่อมกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ส่วนได้เสียของผู้ซื้อทรัพย์ได้โดยตรง จึงต้องให้โอกาสผู้ซื้อทรัพย์ได้โต้แย้งคัดค้านด้วย การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์เสียก่อนไต่สวนคำร้อง เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.ว่าด้วยการพิจารณา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยทั้งห้าผิดสัญญา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึด ที่ดินของจำเลยที่ ๑ รวม ๑๖ แปลง ออกขายทอดตลาด โดยบริษัท ม. เป็นผู้ซื้อได้ในราคา ๙๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสิบหกแปลง และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ศาลชั้นต้นรับคำร้อง นัดไต่สวน สำเนาให้โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำแถลงเป็นรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายทอดตลาดว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับประกาศขายโดยชอบ แต่ไม่มาดูแลการขาย ถือว่าไม่คัดค้านราคา และราคาที่ผู้ประมูลได้เป็นราคาพอสมควรแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้ง ๑๖ แปลง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดแก่บริษัทแมนสรร จำกัด แล้วทำการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้น มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องให้ส่งสำเนาคำร้องแก่โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยไม่ได้สั่งให้ส่งสำเนาแก่บริษัท ม. ผู้ซื้อด้วย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่า บริษัท ม. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐ เป็นเพียงบทสันนิษฐานเพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาค ๔ ว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ให้ถือว่าบุคคลตามที่ระบุไว้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีเท่านั้น มิได้หมายความว่าบุคคลอื่นนอกจากที่ระบุไว้จะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัท ม. เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ย่อมกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ส่วนได้เสียของบริษัท ม. ผู้ซื้อทรัพย์ได้โดยตรง จึงต้องให้โอกาสบริษัท ม. ได้โต้แย้งคัดค้านด้วย การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่บริษัท ม. เสียก่อนไต่สวน คำร้อง เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วดำเนินการไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดใหม่ตั้งแต่ชั้นส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่บริษัท ม. และมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-วิเทพ ศิริพากย์-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่ง - นายอิสสระ นิ่มละมัย ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ตุลยภักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98492
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอิสสระ นิ่มละมัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวินัย ตุลยภักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060061"
    }
}
date
2544
deka_no
8362/2544
deka_running_no
8362
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 243 (1)",
            "ม. 280"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบุตรไทยเจริญจิต จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยทั้งห้าผิดสัญญา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึด ที่ดินของจำเลยที่ ๑ รวม ๑๖ แปลง ออกขายทอดตลาด โดยบริษัท ม. เป็นผู้ซื้อได้ในราคา ๙๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสิบหกแปลง และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ศาลชั้นต้นรับคำร้อง นัดไต่สวน สำเนาให้โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นคำแถลงเป็นรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายทอดตลาดว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับประกาศขายโดยชอบ แต่ไม่มาดูแลการขาย ถือว่าไม่คัดค้านราคา และราคาที่ผู้ประมูลได้เป็นราคาพอสมควรแล้ว

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินทั้ง ๑๖ แปลง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดแก่บริษัทแมนสรร จำกัด แล้วทำการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่

จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้น มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องให้ส่งสำเนาคำร้องแก่โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยไม่ได้สั่งให้ส่งสำเนาแก่บริษัท ม. ผู้ซื้อด้วย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่า บริษัท ม. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๐ เป็นเพียงบทสันนิษฐานเพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาค ๔ ว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ให้ถือว่าบุคคลตามที่ระบุไว้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีเท่านั้น มิได้หมายความว่าบุคคลอื่นนอกจากที่ระบุไว้จะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัท ม. เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ย่อมกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ส่วนได้เสียของบริษัท ม. ผู้ซื้อทรัพย์ได้โดยตรง จึงต้องให้โอกาสบริษัท ม. ได้โต้แย้งคัดค้านด้วย การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่บริษัท ม. เสียก่อนไต่สวน คำร้อง เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วดำเนินการไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดใหม่ตั้งแต่ชั้นส่งสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่บริษัท ม. และมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001073.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544