คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2545 ฉบับเต็ม

#98538
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2545 นายปัด ยะกัน โจทก์ นายสมใจ เจริญวิริยะภาพ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1330 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 87 (2), มาตรา 88, มาตรา 127, มาตรา 296 สำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดซึ่งจำเลยแนบท้ายคำแก้ฎีกา แม้จำเลยจะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารแก่โจทก์ แต่เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังเอกสารท้ายคำแก้ฎีกานั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) และเอกสารดังกล่าวแม้เป็นเพียงสำเนาเอกสาร แต่เมื่อมีรองจ่าศาลรับรองความถูกต้องแห่งเอกสารนั้นจึงฟังได้ว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 127 โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลแม้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แต่เมื่อศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวแล้ว ผลของคำสั่งเท่ากับว่าไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและ บ้านพิพาทของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ จึงไม่มี อำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ค่าเสียหายสูงเกินความจริงเนื่องจากหากนำที่ดินและบ้านพิพาทไปหาผลประโยชน์จะได้ไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๑) จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทดังกล่าว จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองหรือไม่ ความปรากฏจากคำแก้ฎีกาและเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ศาลจังหวัดทุ่งสงได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๒ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินและบ้านพิพาท ตามสำเนาคำสั่งศาลจังหวัดทุ่งสงเอกสารท้ายคำแก้ฎีกา หมายเลข ๑ และคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ตามหนังสือรับรองเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาหมายเลข ๒ แม้เอกสารท้าย คำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับ จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารแก่โจทก์ แต่เอกสารทั้งสองฉบับนั้น เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับนั้นได้ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ (๒) และแม้เอกสารของจำเลยที่ ๑ จะเป็นเพียงสำเนาเอกสาร แต่เมื่อมีรองจ่าศาล จังหวัดทุ่งสงรับรองความถูกต้องแห่งเอกสารนั้น จึงฟังได้ว่า เป็นของแท้จริงและถูกต้อง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ เห็นว่า แม้การซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลจะได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวแล้ว ผลของคำสั่งเท่ากับว่าไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลล่าง แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ ๑ จึงยกขึ้นว่ากล่าว ในชั้นฎีกาได้ ส่วนปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. (วิบูลย์ มีอาสา - ศุภชัย ภู่งาม - วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) () ศาลแพ่ง - นายนิพนธ์ สืบเหล่า ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98538
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายนิพนธ์ สืบเหล่า"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057554"
    }
}
date
2545
deka_no
539/2545
deka_running_no
539
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1330"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 87 (2)",
            "ม. 88",
            "ม. 127",
            "ม. 296"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายปัด ยะกัน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมใจ เจริญวิริยะภาพ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและ บ้านพิพาทของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท

จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ จึงไม่มี อำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ค่าเสียหายสูงเกินความจริงเนื่องจากหากนำที่ดินและบ้านพิพาทไปหาผลประโยชน์จะได้ไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๔๙๔๗ และบ้านเลขที่ ๑๙/๒๓๙ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๑) จนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทดังกล่าว

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองหรือไม่ ความปรากฏจากคำแก้ฎีกาและเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ศาลจังหวัดทุ่งสงได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๒ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินและบ้านพิพาท ตามสำเนาคำสั่งศาลจังหวัดทุ่งสงเอกสารท้ายคำแก้ฎีกา หมายเลข ๑ และคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ตามหนังสือรับรองเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาหมายเลข ๒ แม้เอกสารท้าย คำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับ จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารแก่โจทก์ แต่เอกสารทั้งสองฉบับนั้น เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจรับฟังเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาทั้งสองฉบับนั้นได้ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ (๒) และแม้เอกสารของจำเลยที่ ๑ จะเป็นเพียงสำเนาเอกสาร แต่เมื่อมีรองจ่าศาล จังหวัดทุ่งสงรับรองความถูกต้องแห่งเอกสารนั้น จึงฟังได้ว่า เป็นของแท้จริงและถูกต้อง ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ เห็นว่า แม้การซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลจะได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวแล้ว ผลของคำสั่งเท่ากับว่าไม่มีการขายทอดตลาดมาแต่แรก โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลล่าง แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ ๑ จึงยกขึ้นว่ากล่าว ในชั้นฎีกาได้ ส่วนปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน.

(วิบูลย์ มีอาสา - ศุภชัย ภู่งาม - วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์)
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001050.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545