คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2545 ฉบับเต็ม

#98542
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2545 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวีรวัฒน์ วินิจฉัย กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1246 (6) ป.วิ.พ. มาตรา 188 คำร้องขอของผู้ร้องระบุไว้ชัดแจ้งว่า การที่นายทะเบียนบริษัทขีดชื่อบริษัทออกเสียจากทะเบียนทำให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเสียหายโดยไม่เป็นธรรมจึงชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1246(6) แล้ว การที่ศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดไว้เป็นประการใด ๆ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1246(6) ต้องเพื่อความยุติธรรมและโดยจุดประสงค์เพื่อจัดให้บริษัทเข้าสู่ฐานอันใกล้ที่สุดกับฐานเดิมเสมือนดังว่าบริษัทนั้นมิได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลยหาใช่สั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัทหลุดพ้นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติไม่ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัทไม่ต้องทำบัญชีงบดุล ตรวจสอบบัญชี ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ระหว่างวันที่ 5 กันยายน 2533 ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2535 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด ตามสัญญากู้เงินรวม 4 ฉบับ รวมต้นเงินและดอกเบี้ยคิดถึงวันยื่นคำร้องขอ 78,155,635.62 บาท ผู้ร้องทวงถามแล้ว แต่บริษัทดังกล่าวเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้ ต่อมาผู้ร้องทราบว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้ขีดชื่อบริษัทดังกล่าวออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ ขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียน เพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการทางกฎหมายแก่บริษัทดังกล่าวต่อไป ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า หากศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนแล้ว จะเป็นผลให้บริษัทกลับมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีงบดุลตามกฎหมายซึ่งบริษัทไม่สามารถจัดทำได้เพราะไม่มีค่าใช้จ่าย การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกระทำได้ยากเพราะบริษัทขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงไม่ได้ประกอบกิจการมาเป็นเวลานานแล้ว และกิจการของบริษัทมีแต่ทางขาดทุนไม่สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้อีก ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 (6) ให้ผู้คัดค้านทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 500 บาท แทนผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด ไม่ต้องทำบัญชีงบดุล ตรวจสอบบัญชี ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและหน้าที่อื่นตามกฎหมายนั้น เห็นว่าการที่ศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดไว้เป็นประการใด ๆ ต้องเพื่อความยุติธรรมและโดยจุดประสงค์เพื่อจัดให้บริษัทเข้าสู่ฐานอันใกล้ที่สุดกับฐานเดิมเสมือนดั่งว่าบริษัทนั้นมิได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลย หาใช่สั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัทหลุดพ้นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติไม่ จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะสั่งและวางข้อกำหนดดังกล่าว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนผู้ร้อง (สายันต์ สุรสมภพ-ไพศาล เจริญวุฒิ-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลแพ่ง - นายอาทิตย์ ออกเวหา ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98542
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอาทิตย์ ออกเวหา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057651"
    }
}
date
2545
deka_no
517/2545
deka_running_no
517
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1246 (6)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 188"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวีรวัฒน์ วินิจฉัย กับพวก"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ระหว่างวันที่ 5 กันยายน 2533 ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2535 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด ตามสัญญากู้เงินรวม 4 ฉบับ รวมต้นเงินและดอกเบี้ยคิดถึงวันยื่นคำร้องขอ 78,155,635.62 บาท ผู้ร้องทวงถามแล้ว แต่บริษัทดังกล่าวเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้ ต่อมาผู้ร้องทราบว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้ขีดชื่อบริษัทดังกล่าวออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ ขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียน เพื่อผู้ร้องจะได้ดำเนินการทางกฎหมายแก่บริษัทดังกล่าวต่อไป

ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า หากศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนแล้ว จะเป็นผลให้บริษัทกลับมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีงบดุลตามกฎหมายซึ่งบริษัทไม่สามารถจัดทำได้เพราะไม่มีค่าใช้จ่าย การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกระทำได้ยากเพราะบริษัทขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงไม่ได้ประกอบกิจการมาเป็นเวลานานแล้ว และกิจการของบริษัทมีแต่ทางขาดทุนไม่สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้อีก ขอให้ยกคำร้องขอ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กลับจดชื่อบริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246 (6) ให้ผู้คัดค้านทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 500 บาท แทนผู้ร้อง

ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัท เอ. อาร์. เอส. พี. กรุ๊ป จำกัด ไม่ต้องทำบัญชีงบดุล ตรวจสอบบัญชี ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและหน้าที่อื่นตามกฎหมายนั้น เห็นว่าการที่ศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดไว้เป็นประการใด ๆ ต้องเพื่อความยุติธรรมและโดยจุดประสงค์เพื่อจัดให้บริษัทเข้าสู่ฐานอันใกล้ที่สุดกับฐานเดิมเสมือนดั่งว่าบริษัทนั้นมิได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลย หาใช่สั่งและวางข้อกำหนดให้บริษัทหลุดพ้นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติไม่ จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะสั่งและวางข้อกำหนดดังกล่าว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001051.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545