คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2545 ฉบับเต็ม

#98544
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2545 พลเรือตรีประเวช โภชนสมบูรณ์ กับพวก ผู้ร้อง นาวาอากาศตรีสวัสดิ์ โภชนสมบูรณ์ กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1713, มาตรา 1719 ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลกับทายาทบางคนมีความเห็นแตกต่างกันไม่สามารถตกลงแบ่งที่ดินมรดกได้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 หากผู้ร้องไม่อาจจัดการมรดกได้เพราะเหตุทายาทบางคนขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการจัดการแบ่งทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกซึ่งผู้ร้องชอบที่จะไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่งบังคับให้ผู้ที่ขัดขวางกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปได้ตามสิทธิและหน้าที่ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีขอตั้งผู้จัดการมรดกไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ โภชนสมบูรณ์ ต่อมา ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอนำที่ดินตามโฉนดที่เลขที่ ๓๕๘๕ ตำบลบางอ้อ อำเภอบางซื่อ กรุงมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกออกขายโดยประมูลราคากันระหว่างทายาท และหากไม่มีทายาทคนใดประมูลซื้อผู้ร้องจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท โดยอ้างเหตุว่าการ จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวมีเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร เนื่องจากเจ้ามรดกต้องการให้ทายาททุกคนได้รับแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย หากทายาทคนใดครอบครองที่ดินอยู่ก่อนแล้วแต่ครอบครองเกินส่วนที่จะได้รับ ก็ให้ทายาทนั้นชดเชยค่าที่ดินแก่ทายาทที่ได้ที่ดินน้อยกว่า ผู้ร้องทั้งสามประชุมทายาทหลายครั้งเพื่อแบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ทายาท รวมถึงการกำหนดค่าชดเชยที่ดิน แต่ทายาทมีความเห็นแตกต่างกันไป และไม่ยอมตกลงกันในการแบ่งที่ดิน ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นไกล่เกลี่ยแล้ว ทายาทบางคนยินยอมทำความตกลงเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวในบางประการ ศาลชั้นต้นจึงบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา หลังจากนั้นผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวอีก ซึ่งศาลชั้นต้นนัดพร้อมและไกล่เกลี่ยแล้วหลายนัด แต่ในที่สุดตกลงกันไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์มรดกสามารถแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ คงติดขัดอยู่ที่ ผู้จัดการมรดกไม่ไปจัดการตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ของทายาท กรณีเป็นเรื่องที่ทายาทต้องไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จัดการมรดกต่อไป จึงให้ยกคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ของผู้ร้องทั้งสามและจำหน่ายคดีจากสารบบความ ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จะนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองก็ดีหรือการนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกก็ดี ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกทั้งสิ้นซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๙ อยู่แล้ว กรณีไม่ใช่อำนาจของศาลที่จะสั่งให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามขอ หากผู้ร้องทั้งสามไม่อาจจัดการเช่นนั้นได้เพราะเหตุทายาทบางคนขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการจัดการแบ่งทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกซึ่งผู้ร้องทั้งสามชอบที่จะไปดำเนินการ ฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่ง บังคับให้ผู้ที่ขัดขวางกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปได้ตามสิทธิและหน้าที่ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและ คำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมนึก พาณิช ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98544
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายสมนึก พาณิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057312"
    }
}
date
2545
deka_no
711/2545
deka_running_no
711
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1713",
            "ม. 1719"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พลเรือตรีประเวช โภชนสมบูรณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาวาอากาศตรีสวัสดิ์ โภชนสมบูรณ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ โภชนสมบูรณ์ ต่อมา ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอนำที่ดินตามโฉนดที่เลขที่ ๓๕๘๕ ตำบลบางอ้อ อำเภอบางซื่อ กรุงมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกออกขายโดยประมูลราคากันระหว่างทายาท และหากไม่มีทายาทคนใดประมูลซื้อผู้ร้องจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท โดยอ้างเหตุว่าการ จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวมีเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร เนื่องจากเจ้ามรดกต้องการให้ทายาททุกคนได้รับแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย หากทายาทคนใดครอบครองที่ดินอยู่ก่อนแล้วแต่ครอบครองเกินส่วนที่จะได้รับ ก็ให้ทายาทนั้นชดเชยค่าที่ดินแก่ทายาทที่ได้ที่ดินน้อยกว่า ผู้ร้องทั้งสามประชุมทายาทหลายครั้งเพื่อแบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ทายาท รวมถึงการกำหนดค่าชดเชยที่ดิน แต่ทายาทมีความเห็นแตกต่างกันไป และไม่ยอมตกลงกันในการแบ่งที่ดิน

ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นไกล่เกลี่ยแล้ว ทายาทบางคนยินยอมทำความตกลงเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวในบางประการ ศาลชั้นต้นจึงบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา หลังจากนั้นผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวอีก ซึ่งศาลชั้นต้นนัดพร้อมและไกล่เกลี่ยแล้วหลายนัด แต่ในที่สุดตกลงกันไม่ได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์มรดกสามารถแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ คงติดขัดอยู่ที่ ผู้จัดการมรดกไม่ไปจัดการตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ของทายาท กรณีเป็นเรื่องที่ทายาทต้องไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จัดการมรดกต่อไป จึงให้ยกคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ของผู้ร้องทั้งสามและจำหน่ายคดีจากสารบบความ

ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จะนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองก็ดีหรือการนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกก็ดี ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกทั้งสิ้นซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๙ อยู่แล้ว กรณีไม่ใช่อำนาจของศาลที่จะสั่งให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามขอ หากผู้ร้องทั้งสามไม่อาจจัดการเช่นนั้นได้เพราะเหตุทายาทบางคนขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการจัดการแบ่งทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกซึ่งผู้ร้องทั้งสามชอบที่จะไปดำเนินการ ฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่ง บังคับให้ผู้ที่ขัดขวางกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปได้ตามสิทธิและหน้าที่ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและ คำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001048.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545