คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2545 ฉบับเต็ม

#98546
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2545 นายสมศักดิ์ เบญจประเสริฐศรี โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177, มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และมิได้ต่อสู้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษีและเงินสมทบที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าจำนวนเงินตามฟ้องมิใช่ค่าจ้าง จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงาน ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๖๒,๖๕๑.๙๖ บาท โบนัสเป็นเงิน ๓๑๓,๒๕๙.๘๐ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ขาดความสุขุมรอบคอบ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ ๑ อย่างเคร่งครัด ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิโดยชอบ ที่จะเรียกเงินต่าง ๆ ตามฟ้องของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ คือค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และยกคำขออื่น นอกจากนี้เสียทั้งสิ้น จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว สำหรับอุทธรณ์ข้อที่ว่า ค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบ ที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง จึงไม่อาจนำไปคำนวณเป็นค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างของโจทก์ไว้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแรงงานกลาง - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98546
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057775"
    }
}
date
2545
deka_no
406/2545
deka_running_no
406
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ เบญจประเสริฐศรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๖๒,๖๕๑.๙๖ บาท โบนัสเป็นเงิน ๓๑๓,๒๕๙.๘๐ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ขาดความสุขุมรอบคอบ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ ๑ อย่างเคร่งครัด ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิโดยชอบ ที่จะเรียกเงินต่าง ๆ ตามฟ้องของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ คือค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และยกคำขออื่น นอกจากนี้เสียทั้งสิ้น

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว สำหรับอุทธรณ์ข้อที่ว่า ค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบ ที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง จึงไม่อาจนำไปคำนวณเป็นค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างของโจทก์ไว้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001052.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545