คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2545 ฉบับเต็ม

#98548
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2545 นายอัศวิน ยิ่งวิริยะ ธนาคารนครธน จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 49 การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ศาลจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอให้เลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ เมื่อฟังได้ว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ละเลยไม่ตรวจสอบการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จำเลยที่ 1 จึงเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุผลเพียงพอ ลำพังแต่ไม่มีการสอบสวนก่อนไม่ทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน ๒๒,๖๕๔,๔๘๕.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ขอให้จำเลยที่ ๑ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างเช่นเดิม จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ในขณะที่จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยเพิ่มขึ้นอีก ๓ เดือน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลแรงงานกลางอนุญาต ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ไม่ใช่นายจ้างโจทก์ โจทก์ไม่ได้ข่มขู่จำเลยที่ ๓ โจทก์เป็นหัวหน้าส่วนงานคดี มีหน้าที่ดูแลควบคุมทนายความในสำนักงาน โจทก์เป็นผู้บังคับบัญชานายทัพพสาร ปานศรี ทนายความประจำแผนกกฎหมายของจำเลยที่ ๑ โจทก์มีหน้าที่จ่ายสำนวนให้แก่นายทัพพสารและตรวจสำนวนที่มอบหมายโจทก์ละเลยไม่ตรวจสอบการดำเนินการในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ที่นายทัพพสารยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้อันเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ จำเลยที่ ๑ จัดส่งระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้แก่อธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๖๘, ๖๙ เพียงฉบับเดียวคือเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จึงต้องฟังว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ ๑ มีเพียงเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลย ๑ เลิกจ้างโจทก์ เมื่อเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ไม่ได้กำหนดเรื่องการสอบสวนไว้และความผิดของโจทก์เป็นเรื่องที่ปรากฏชัดแจ้ง การลงโทษโจทก์ (เลิกจ้างโดยไม่มีการสอบสวน) จึงไม่ใช่การปฏิบัติผิดขั้นตอนตามเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ โดยศาลจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอให้เลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ละเลยไม่ตรวจสอบการทำงานของนายทัพพสาร ปานศรี ผู้ใต้บังคับบัญชาในคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จำเลยที่ ๑ จึงเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุผลเพียงพอ โดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิดโจทก์ก่อนหรือไม่ ลำพังแต่ไม่มีการสอบสวนก่อนไม่ทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดังนั้นไม่ว่าศาลแรงงานกลางจะนำระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ เอกสารหมาย ล.๑ (จ.๑๘) หรือ ล.๒ มาวินิจฉัยเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดของโจทก์ก็ไม่ทำให้ผลของคดีตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไว้เปลี่ยนแปลงไปอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ นางสาวสุจิตรา พัฒนภักดี ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (พูนศักดิ์ จงกลนี-กมล เพียรพิทักษ์-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลแรงงานกลาง - นายอิสรา วรรณสวาท ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98548
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอิสรา วรรณสวาท"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056075"
    }
}
date
2545
deka_no
1427/2545
deka_running_no
1427
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 49"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ยิ่งวิริยะ",
        "name": "นายอัศวิน"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "ธนาคารนครธน จำกัด (มหาชน) ที่ 1"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน ๒๒,๖๕๔,๔๘๕.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ขอให้จำเลยที่ ๑ รับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างเช่นเดิม

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ในขณะที่จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังไม่มีผลใช้บังคับ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยเพิ่มขึ้นอีก ๓ เดือน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลแรงงานกลางอนุญาต

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ไม่ใช่นายจ้างโจทก์ โจทก์ไม่ได้ข่มขู่จำเลยที่ ๓ โจทก์เป็นหัวหน้าส่วนงานคดี มีหน้าที่ดูแลควบคุมทนายความในสำนักงาน โจทก์เป็นผู้บังคับบัญชานายทัพพสาร ปานศรี ทนายความประจำแผนกกฎหมายของจำเลยที่ ๑ โจทก์มีหน้าที่จ่ายสำนวนให้แก่นายทัพพสารและตรวจสำนวนที่มอบหมายโจทก์ละเลยไม่ตรวจสอบการดำเนินการในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ที่นายทัพพสารยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้อันเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ จำเลยที่ ๑ จัดส่งระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้แก่อธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๖๘, ๖๙ เพียงฉบับเดียวคือเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จึงต้องฟังว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ ๑ มีเพียงเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลย ๑ เลิกจ้างโจทก์ เมื่อเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) ไม่ได้กำหนดเรื่องการสอบสวนไว้และความผิดของโจทก์เป็นเรื่องที่ปรากฏชัดแจ้ง การลงโทษโจทก์ (เลิกจ้างโดยไม่มีการสอบสวน) จึงไม่ใช่การปฏิบัติผิดขั้นตอนตามเอกสารหมาย ล.๑ (จ. ๑๘) จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ โดยศาลจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอให้เลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ละเลยไม่ตรวจสอบการทำงานของนายทัพพสาร ปานศรี ผู้ใต้บังคับบัญชาในคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐๗/๒๕๔๑ ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จำเลยที่ ๑ จึงเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุผลเพียงพอ โดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิดโจทก์ก่อนหรือไม่ ลำพังแต่ไม่มีการสอบสวนก่อนไม่ทำให้การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดังนั้นไม่ว่าศาลแรงงานกลางจะนำระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ เอกสารหมาย ล.๑ (จ.๑๘) หรือ ล.๒ มาวินิจฉัยเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดของโจทก์ก็ไม่ทำให้ผลของคดีตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไว้เปลี่ยนแปลงไปอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

นางสาวสุจิตรา พัฒนภักดี ผู้ช่วยฯ

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001037.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545