คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9862/2544 ฉบับเต็ม

#98552
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9862/2544 นายประยงค์ สายประเสริฐ โจทก์ นายอดิศักดิ์ ใจศิลป์ ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1195 บริษัททำการประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ที่ประชุมใหญ่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของบริษัท หากผู้ถือหุ้นในบริษัทประสงค์จะขอให้เพิกถอนมตินั้นโดยเห็นว่าผิดระเบียบ ผู้ถือหุ้นต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 ซึ่งบัญญัติว่า การประชุมใหญ่นั้นถ้านัดเรียกหรือได้ประชุมหรือลงมติโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจะร้องขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมติ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมในการประชุมวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ขอให้อายัดและตรวจสอบที่ดินของบริษัท ก. จำนวน ๑๗ แปลง และให้จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ โอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๔๘๒๘๘ , ๔๘๒๙๑? กลับคืนแก่บริษัท ก. โดยให้จำเลยทั้งหมดรับผิดชอบในค่าธรรมเนียมโอนและค่าภาษี จำเลยทั้งหกให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโดยอ้างว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเนื่องจากกรรมการก่อความเสียหายแก่บริษัท จึงฟ้องได้ภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติแก่การกระทำนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๗๐ วรรคสอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า บริษัท บ. ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้ถือหุ้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการในนามบริษัท จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ เป็นกรรมการ บริษัททำการประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๒/๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินจำนวน ๒๗ แปลง ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของบริษัท ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทประสงค์จะขอให้เพิกถอนมตินั้นโดยเห็นว่าผิดระเบียบ โจทก์ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ ซึ่งบัญญัติว่า การประชุมใหญ่นั้นถ้านัดเรียกหรือได้ประชุมหรือลงมติโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจะร้องขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมติ กรณีของโจทก์ตามที่ฟ้องไม่ใช่ขอบังคับกรรมการของบริษัทให้รับผิดใช้ค่าเสียหายทดแทนให้แก่บริษัทซึ่งมีกำหนดระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่อนุมัติแก่การกระทำของกรรมการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๗๐ เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ บัญญัติไว้ และศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สายันต์ สุรสมภพ-ไพศาล เจริญวุฒิ-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98552
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายวิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058426"
    }
}
date
2544
deka_no
9862/2544
deka_running_no
9862
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1195"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประยงค์ สายประเสริฐ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอดิศักดิ์ ใจศิลป์ ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมในการประชุมวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ขอให้อายัดและตรวจสอบที่ดินของบริษัท ก. จำนวน ๑๗ แปลง และให้จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ โอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๔๘๒๘๘ , ๔๘๒๙๑? กลับคืนแก่บริษัท ก. โดยให้จำเลยทั้งหมดรับผิดชอบในค่าธรรมเนียมโอนและค่าภาษี

จำเลยทั้งหกให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโดยอ้างว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเนื่องจากกรรมการก่อความเสียหายแก่บริษัท จึงฟ้องได้ภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติแก่การกระทำนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๗๐ วรรคสอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า บริษัท บ. ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้ถือหุ้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการในนามบริษัท จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ เป็นกรรมการ บริษัททำการประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๒/๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้โอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินจำนวน ๒๗ แปลง ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของบริษัท ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทประสงค์จะขอให้เพิกถอนมตินั้นโดยเห็นว่าผิดระเบียบ โจทก์ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ ซึ่งบัญญัติว่า การประชุมใหญ่นั้นถ้านัดเรียกหรือได้ประชุมหรือลงมติโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจะร้องขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมติ กรณีของโจทก์ตามที่ฟ้องไม่ใช่ขอบังคับกรรมการของบริษัทให้รับผิดใช้ค่าเสียหายทดแทนให้แก่บริษัทซึ่งมีกำหนดระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่อนุมัติแก่การกระทำของกรรมการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๗๐ เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ บัญญัติไว้ และศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544