คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2544 ฉบับเต็ม

#98622
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายเจริญ สังฆะมณี กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33, มาตรา 59 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 การผลิตโดยการแบ่งบรรจุตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ต้องเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคม อย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยแบ่งบรรจุเฮโรอีนของกลางโดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายแก่สังคม อย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งการที่จำเลยร่วมกันตัดหลอดกาแฟและกรอกเฮโรอีนของกลาง อาจเป็นการแบ่งบรรจุเพื่อความสะดวกในการเสพ ของตนก็เป็นได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการผลิตเฮโรอีน โจทก์มิได้ฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดด้วย แม้กระบอกและเข็มฉีดยาของกลางจำเลยจะมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นความผิดฐานอื่นไม่เกี่ยวกับฐานความผิดในคดีที่โจทก์ฟ้อง หากศาลพิพากษาให้ริบ ย่อมมีผลเป็นการพิพากษาเกินไปจากหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ศาลจึงไม่อาจริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลางดังกล่าวได้ (วรรคแรกและวรรคสองวินิจฉัยโดยมติประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2544) (ตัดสินก่อนแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุก ๒๕ ปี ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก ๑ ปี คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๖ ปี และจำเลยที่ ๓ คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฐานผลิตเฮโรอีน คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒ ปี ไม่ริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันตัดหลอดกาแฟและกรอกเฮโรอีนใส่หลอดกาแฟของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นประการแรกว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การผลิตโดยการแบ่งบรรจุตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษต้องเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อทางนำสืบของโจทก์เฉพาะคดีนี้ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๓ แบ่งบรรจุเฮโรอีนของกลางโดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ก็ฟังว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อาจแบ่งบรรจุเพื่อความสะดวกในการเสพของตนก็เป็นได้เช่นนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่เป็นการผลิตตามบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปมีว่า กระบอกและเข็มฉีดยาของกลางนั้น ชอบที่ศาล จะริบได้หรือไม่ เห็นว่า ของกลางดังกล่าวมิใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) เพราะโจทก์มิได้ฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดด้วย แม้ทรัพย์ดังกล่าวจะมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นความผิดฐานอื่นไม่เกี่ยวกับฐานความผิดในคดีนี้ หากศาลพิพากษาให้ริบ ย่อมมีผลเป็นการพิพากษาเกินไปจากหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลจึงไม่อาจริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลางดังกล่าวได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ประชา ประสงค์จรรยา-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-องอาจ โรจนสุพจน์) ศาลจังหวัดสระบุรี - นางสาวรัตนา กิตติพิบูลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98622
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นางสาวรัตนา กิตติพิบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนพจน์ อารยลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058987"
    }
}
date
2544
deka_no
9275/2544
deka_running_no
9275
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "องอาจ โรจนสุพจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33",
            "ม. 59"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจริญ สังฆะมณี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑ ริบของกลาง

จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุก ๒๕ ปี ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก ๑ ปี คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๖ ปี และจำเลยที่ ๓ คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ริบของกลาง

จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฐานผลิตเฮโรอีน คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒ ปี ไม่ริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันตัดหลอดกาแฟและกรอกเฮโรอีนใส่หลอดกาแฟของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นประการแรกว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การผลิตโดยการแบ่งบรรจุตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษต้องเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อทางนำสืบของโจทก์เฉพาะคดีนี้ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๓ แบ่งบรรจุเฮโรอีนของกลางโดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ก็ฟังว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อาจแบ่งบรรจุเพื่อความสะดวกในการเสพของตนก็เป็นได้เช่นนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่เป็นการผลิตตามบทกฎหมายดังกล่าว

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปมีว่า กระบอกและเข็มฉีดยาของกลางนั้น ชอบที่ศาล จะริบได้หรือไม่ เห็นว่า ของกลางดังกล่าวมิใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) เพราะโจทก์มิได้ฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดด้วย แม้ทรัพย์ดังกล่าวจะมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นความผิดฐานอื่นไม่เกี่ยวกับฐานความผิดในคดีนี้ หากศาลพิพากษาให้ริบ ย่อมมีผลเป็นการพิพากษาเกินไปจากหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลจึงไม่อาจริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลางดังกล่าวได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001063.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544