คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2544 ฉบับเต็ม

#98641
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2544 บริษัทซีฟโก้ จำกัด โจทก์ บริษัทฟาสท์ - แทรค บิลเดอร์ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 การที่ผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้จากเช็คตามฟ้องจากกองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายอย่างเต็มจำนวน มิได้หมายความว่า ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้ในเช็คตามฟ้องแล้ว จึงไม่อาจถือได้ว่าหนี้ตามเช็คได้ระงับและสิ้นผลผูกพันไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คดีจึงยังไม่เลิกกัน ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๓ หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยที่ ๓ และให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ชั่วคราว จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาจำเลยที่ ๒ ขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓ ลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก ๑๐ เดือน จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๕ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าเช็คตามฟ้องเป็นเช็คของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ กระทำในฐานะกรรมการของจำเลยที่ ๑ เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เด็ดขาดและโจทก์ได้นำเช็คตามฟ้องไปยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มตามจำนวนเงินในเช็คแล้ว มูลหนี้ตามเช็คย่อมระงับสิ้นไป ถือว่าหนี้ตามเช็คได้สิ้นผลผูกพัน คดีจึงเป็นอันเลิกกัน ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ นั้น เห็นว่า หากข้อเท็จจริงฟังได้ตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ การที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้จากเช็คตามฟ้องจากกองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายอย่างเต็มจำนวน มิได้หมายความว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ในเช็คตามฟ้องแล้ว ฉะนั้น จึงไม่อาจถือได้ว่าหนี้ตามเช็คที่โจทก์ฟ้องได้ระงับและสิ้นผลผูกพันไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คดีนี้จึงยังไม่เลิกกันดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกา ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ สั่งจ่ายเงินในเช็คตามฟ้องเป็นจำนวนถึง ๑,๒๐๑,๖๔๑.๓๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มาเพียง ๕ เดือน นับว่าเป็นการลงโทษสถานเบาและเป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ มากแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้ชดใช้เงินแก่โจทก์เพื่อบรรเทาความเสียหายแม้เพียงบางส่วน พฤติการณ์จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ พิพากษายืน (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสุชาติ ทรัพย์กุลมงคล ศาลอุทธรณ์ - นายสุพัฒน์ บุญยุบล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98641
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายสุชาติ ทรัพย์กุลมงคล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุพัฒน์ บุญยุบล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068401"
    }
}
date
2544
deka_no
8/2544
deka_running_no
8
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทซีฟโก้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทฟาสท์ - แทรค บิลเดอร์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๘๓

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๓ หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยที่ ๓ และให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ชั่วคราว

จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาจำเลยที่ ๒ ขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓ ลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก ๑๐ เดือน จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๕ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าเช็คตามฟ้องเป็นเช็คของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ กระทำในฐานะกรรมการของจำเลยที่ ๑ เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เด็ดขาดและโจทก์ได้นำเช็คตามฟ้องไปยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มตามจำนวนเงินในเช็คแล้ว มูลหนี้ตามเช็คย่อมระงับสิ้นไป ถือว่าหนี้ตามเช็คได้สิ้นผลผูกพัน คดีจึงเป็นอันเลิกกัน ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๗ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ นั้น เห็นว่า หากข้อเท็จจริงฟังได้ตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ การที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้จากเช็คตามฟ้องจากกองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายอย่างเต็มจำนวน มิได้หมายความว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ในเช็คตามฟ้องแล้ว ฉะนั้น จึงไม่อาจถือได้ว่าหนี้ตามเช็คที่โจทก์ฟ้องได้ระงับและสิ้นผลผูกพันไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คดีนี้จึงยังไม่เลิกกันดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ สั่งจ่ายเงินในเช็คตามฟ้องเป็นจำนวนถึง ๑,๒๐๑,๖๔๑.๓๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มาเพียง ๕ เดือน นับว่าเป็นการลงโทษสถานเบาและเป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ มากแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้ชดใช้เงินแก่โจทก์เพื่อบรรเทาความเสียหายแม้เพียงบางส่วน พฤติการณ์จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001148.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544