คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2448/2544 ฉบับเต็ม

#98840
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2448/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายชัชชัย วรรณุลัยหรือวรรณลัย โจทก์ร่วม นายหาญหรือมานพ อุนทะยานนท์ จำเลย ป.อ. มาตรา 68, มาตรา 72, มาตรา 90, มาตรา 288, มาตรา 376 ป.วิ.อ. มาตรา 185, มาตรา 195, มาตรา 215, มาตรา 225 ผู้ตายใช้มีดฟันจำเลยแล้วต่างล้มลงแย่งมีดกัน จำเลยลุกขึ้นได้ก่อนชักอาวุธปืนออกมายิงผู้ตาย 1 นัด ผู้ตายถูกกระสุนปืนแล้วมุดหนีไปใต้แคร่ จำเลยก้มมองและส่ายอาวุธปืนไปมาแล้วเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของแคร่ยิงผู้ตายอีก 2 นัด จากนั้นจำเลยใช้มีดของผู้ตายฟันผู้ตายตรงส่วนร่างกายที่โผล่พ้นออกมานอกแคร่มากกว่า 3 ครั้ง โดยผู้ตายไม่มีโอกาสจะทำร้ายจำเลยได้อีก ภยันตรายเป็นอันผ่านพ้นและสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจึงไม่อาจกระทำการป้องกันสิทธิของตนได้ ทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นการหาโอกาสเลือกยิงและฟันผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตาย มิใช่เป็นการกระทำในขณะไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงอ้างเหตุบันดาลโทสะไม่ได้ ความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนตาม ป.อ. มาตรา 376 กับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 91 , 288 , 371 , 376 , 32 , 33 พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 , 8 ทวิ , 72 , 72 ทวิ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาบุตรของผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 , 371 , 376 พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 , 8 ทวิ วรรคหนึ่ง , 72 วรรคสาม , 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 20 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง , 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ปรับ 400 บาท รวมเป็นจำคุก 21 ปี และปรับ 400 บาท ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี 9 เดือน และปรับ 300 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรแล้วใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้ตายจำนวน 3 นัด กับใช้อาวุธมีดฟันผู้ตายหลายครั้งจนผู้ตายถึงแก่ความตายตรงที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง และใช้อาวุธมีดฟันฆ่าผู้ตาย เป็นการกระทำโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์และโจทก์ร่วมได้ความว่า หลังจากถูกผู้ตายใช้มีดฟัน จำเลยกับผู้ตายต่างล้มลงแย่งมีดกัน จำเลยลุกขึ้นได้ก่อนแล้วชักอาวุธปืนออกมาจ้องยิงไปที่ผู้ตาย 1 นัด ผู้ตายถูกกระสุนปืนร้องโอ๊ยแล้วมุดหนีไปใต้แคร่ จำเลยก้มมองและส่ายอาวุธปืนไปมาแล้วเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของแคร่ยิงผู้ตายอีก 2 นัด จากนั้นจำเลยใช้มีดอีโต้ของผู้ตายฟันผู้ตายตรงส่วนของร่างกายที่โผล่พ้นออกมานอกแคร่ โดยฟันผู้ตายมากกว่า 3 ครั้ง ดังนี้ เห็นว่า พฤติการณ์ที่ผู้ตายถูกกระสุนปืนที่จำเลยยิงนัดแรกแล้วมุดหนีเข้าไปใต้แคร่ ย่อมชี้ชัดว่าผู้ตายไม่มีโอกาสจะทำร้ายจำเลยได้อีก ภยันตรายซึ่งเกิดจากการที่ผู้ตายจะประทุษร้ายจำเลยเป็นอันผ่านพ้นและสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจึงไม่อาจกระทำการใด ๆ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนได้ และการที่จำเลยเดินอ้อมแคร่ก้มดูผู้ตายแล้วยิงผู้ตายอีก 2 นัด จากนั้นใช้มีดอีโต้ฟันร่างกายผู้ตายส่วนที่โผล่พ้นออกมานอกแคร่อีกหลายครั้งปรากฏบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ และคอเกือบขาดอันเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหาโอกาสเลือกยิงและฟันผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายมิใช่เป็นการกระทำในขณะไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ได้เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมอันจะอ้างได้ว่าเป็นเหตุบันดาลโทสะ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตาม ป.อ. มาตรา 376 มานั้น เห็นว่า ความผิดฐานนี้เป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้น เมื่อลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดแล้ว จึงไม่อาจลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนอีกกระทงหนึ่งได้ ทั้งนี้ตาม ป.อ. มาตรา 90 ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความอุทธรณ์และฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 กับฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตาม ป.อ. มาตรา 376 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ไม่ลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6. (โนรี จันทร์ทร-พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นางกิตติมา อดทนดี ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98840
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นางกิตติมา อดทนดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065480"
    }
}
date
2544
deka_no
2448/2544
deka_running_no
2448
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 68",
            "ม. 72",
            "ม. 90",
            "ม. 288",
            "ม. 376"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185",
            "ม. 195",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายชัชชัย วรรณุลัยหรือวรรณลัย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหาญหรือมานพ อุนทะยานนท์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 91 , 288 , 371 , 376 , 32 , 33 พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 , 8 ทวิ , 72 , 72 ทวิ และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาบุตรของผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 , 371 , 376 พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 , 8 ทวิ วรรคหนึ่ง , 72 วรรคสาม , 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 20 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง , 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ปรับ 400 บาท รวมเป็นจำคุก 21 ปี และปรับ 400 บาท ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี 9 เดือน และปรับ 300 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรแล้วใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้ตายจำนวน 3 นัด กับใช้อาวุธมีดฟันผู้ตายหลายครั้งจนผู้ตายถึงแก่ความตายตรงที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง และใช้อาวุธมีดฟันฆ่าผู้ตาย เป็นการกระทำโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์และโจทก์ร่วมได้ความว่า หลังจากถูกผู้ตายใช้มีดฟัน จำเลยกับผู้ตายต่างล้มลงแย่งมีดกัน จำเลยลุกขึ้นได้ก่อนแล้วชักอาวุธปืนออกมาจ้องยิงไปที่ผู้ตาย 1 นัด ผู้ตายถูกกระสุนปืนร้องโอ๊ยแล้วมุดหนีไปใต้แคร่ จำเลยก้มมองและส่ายอาวุธปืนไปมาแล้วเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของแคร่ยิงผู้ตายอีก 2 นัด จากนั้นจำเลยใช้มีดอีโต้ของผู้ตายฟันผู้ตายตรงส่วนของร่างกายที่โผล่พ้นออกมานอกแคร่ โดยฟันผู้ตายมากกว่า 3 ครั้ง ดังนี้ เห็นว่า พฤติการณ์ที่ผู้ตายถูกกระสุนปืนที่จำเลยยิงนัดแรกแล้วมุดหนีเข้าไปใต้แคร่ ย่อมชี้ชัดว่าผู้ตายไม่มีโอกาสจะทำร้ายจำเลยได้อีก ภยันตรายซึ่งเกิดจากการที่ผู้ตายจะประทุษร้ายจำเลยเป็นอันผ่านพ้นและสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจึงไม่อาจกระทำการใด ๆ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนได้ และการที่จำเลยเดินอ้อมแคร่ก้มดูผู้ตายแล้วยิงผู้ตายอีก 2 นัด จากนั้นใช้มีดอีโต้ฟันร่างกายผู้ตายส่วนที่โผล่พ้นออกมานอกแคร่อีกหลายครั้งปรากฏบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ และคอเกือบขาดอันเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหาโอกาสเลือกยิงและฟันผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายมิใช่เป็นการกระทำในขณะไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ได้เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมอันจะอ้างได้ว่าเป็นเหตุบันดาลโทสะ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตาม ป.อ. มาตรา 376 มานั้น เห็นว่า ความผิดฐานนี้เป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้น เมื่อลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดแล้ว จึงไม่อาจลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนอีกกระทงหนึ่งได้ ทั้งนี้ตาม ป.อ. มาตรา 90 ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความอุทธรณ์และฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 กับฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตาม ป.อ. มาตรา 376 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ไม่ลงโทษปรับจำเลยในความผิดฐานยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001122.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544