คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2543 ฉบับเต็ม

#98910
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2543 นางสุพัตรา วังทองสุขศิริ กับพวก โจทก์ กรมทางหลวง จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯ นั้น บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนี้ใช้บังคับได้มีกำหนด 4 ปี หากแปลวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นวันใดวันหนึ่งตลอดเวลาที่พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลใช้บังคับอยู่ก็จะทำให้วันอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนนั้นไม่อาจถือเอาเป็นที่แน่นอนได้ ดังนั้น ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 21 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 จึงหมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 33,990,066 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ในต้นเงิน 28,724,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,748,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 สายกรุงเทพฯ - ตราด ตอนอำเภอเมืองสมุทรปราการ - บ้านตำหรุ พ.ศ. 2532 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี หากแปลวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นวันใดวันหนึ่งตลอดเวลาที่พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลใช้บังคับอยู่ก็จะทำให้วันอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน โดยเฉพาะระหว่างวันแรกและวันสุดท้ายของการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาห่างกันถึงสี่ปี ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนย่อมสูงขึ้นหรือต่ำลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่อาจถือเอาเป็นที่แน่นอนได้ ซึ่งมิใช่วัตถุประสงค์ของผู้บัญญัติกฎหมายที่มุ่งหมายจะให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 21 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 จึงหมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ดังนั้นจึงต้องคำนึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินของโจทก์ในวันที่ 5 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3? พ.ศ. 2532 มาประกอบการพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 2,024,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราและวันเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนดแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สกนธ์ กฤติยาวงศ์-กนก พรรณรักษา-วิชัย ชื่นชมพูนุท) ศาลแพ่ง - นายจักรกฤช เจริญเลิศ ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่ง เรืองโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
98910
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจักรกฤช เจริญเลิศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายรุ่ง เรืองโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071793"
    }
}
date
2543
deka_no
5522/2543
deka_running_no
5522
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "กนก พรรณรักษา",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 21"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสุพัตรา วังทองสุขศิริ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทางหลวง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 33,990,066 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ในต้นเงิน 28,724,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,748,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 สายกรุงเทพฯ - ตราด ตอนอำเภอเมืองสมุทรปราการ - บ้านตำหรุ พ.ศ. 2532 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี หากแปลวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นวันใดวันหนึ่งตลอดเวลาที่พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลใช้บังคับอยู่ก็จะทำให้วันอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน โดยเฉพาะระหว่างวันแรกและวันสุดท้ายของการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาห่างกันถึงสี่ปี ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนย่อมสูงขึ้นหรือต่ำลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่อาจถือเอาเป็นที่แน่นอนได้ ซึ่งมิใช่วัตถุประสงค์ของผู้บัญญัติกฎหมายที่มุ่งหมายจะให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 21 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 จึงหมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ดังนั้นจึงต้องคำนึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินของโจทก์ในวันที่ 5 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3? พ.ศ. 2532 มาประกอบการพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 2,024,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราและวันเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนดแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001179.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543