คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2544 ฉบับเต็ม

#99028
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2544 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายวัฒนาหรือนา หงษ์ใจ จำเลย พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4 การส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างตัวการผู้กระทำผิดร่วมกัน ไม่ถือว่าเป็นการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายเมทแอมเฟตามีน ตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 จำเลยคงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๑ , ๑๓ ทวิ , ๖๒ , ๘๙ , ๑๐๖ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง , ๘๙ จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยกับนายสามารถมายังที่เกิดเหตุด้วยกัน โดยมีจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์และนายสามารถนั่งซ้อนท้าย จากนั้นจำเลยถือหลอดกาแฟเดินเข้าไปใต้ถุนศาลาการเปรียญ นายสามารถก็เดินตามจำเลยไป และเข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับคนอื่นอยู่ด้วยกัน จำเลยยื่นหลอดกาแฟให้นายสามารถและนายสามารถก็รับไว้ เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูอยู่จึงเข้าจับกุมจำเลยกับนายสามารถ และเมื่อเปิดหลอดกาแฟดูพบเมทแอมเฟตามีน ๕ เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ประกอบกับในชั้นจับกุม จำเลยให้การไว้ว่า จำเลยไม่ได้ขายเมทแอมเฟตามีน แต่มีชายชื่อนายบอยฝากซื้อ ๒ เม็ด จำเลยกับนายสามารถไปหาซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านเหมืองคำได้มาแล้วจะนำไปให้นายบอยแต่ไม่พบ จำเลยจึงมอบเมทแอมเฟตามีนให้นายสามารถนำไปมอบให้นายบอย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกับนายสามารถเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ส่งมอบกัน ซึ่งการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างตัวการผู้กระทำผิดร่วมกัน จะถือว่าเป็นการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายเมทแอมเฟตามีน ตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตามมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยไว้ไม่ได้ พยานโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จำเลยคงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง , ๑๐๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒๑,๐๐๐ บาท มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๑๔,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี? ข้อหาอื่นให้ยก. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-ชวลิต ศรีสง่า-ชวลิต ศรีสง่า) ศาลจังหวัดแพร่ - นายชัชวาลย์ สุวรรณศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเฉลิมชัย ตันตยานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99028
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแพร่",
        "judge": "นายชัชวาลย์ สุวรรณศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายเฉลิมชัย ตันตยานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066496"
    }
}
date
2544
deka_no
1416/2544
deka_running_no
1416
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "ชวลิต ศรีสง่า"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดแพร่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัฒนาหรือนา หงษ์ใจ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๑ , ๑๓ ทวิ , ๖๒ , ๘๙ , ๑๐๖

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคหนึ่ง , ๘๙ จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ๔ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยกับนายสามารถมายังที่เกิดเหตุด้วยกัน โดยมีจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์และนายสามารถนั่งซ้อนท้าย จากนั้นจำเลยถือหลอดกาแฟเดินเข้าไปใต้ถุนศาลาการเปรียญ นายสามารถก็เดินตามจำเลยไป และเข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับคนอื่นอยู่ด้วยกัน จำเลยยื่นหลอดกาแฟให้นายสามารถและนายสามารถก็รับไว้ เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูอยู่จึงเข้าจับกุมจำเลยกับนายสามารถ และเมื่อเปิดหลอดกาแฟดูพบเมทแอมเฟตามีน ๕ เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ประกอบกับในชั้นจับกุม จำเลยให้การไว้ว่า จำเลยไม่ได้ขายเมทแอมเฟตามีน แต่มีชายชื่อนายบอยฝากซื้อ ๒ เม็ด จำเลยกับนายสามารถไปหาซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านเหมืองคำได้มาแล้วจะนำไปให้นายบอยแต่ไม่พบ จำเลยจึงมอบเมทแอมเฟตามีนให้นายสามารถนำไปมอบให้นายบอย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกับนายสามารถเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ส่งมอบกัน ซึ่งการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างตัวการผู้กระทำผิดร่วมกัน จะถือว่าเป็นการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขายเมทแอมเฟตามีน ตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตามมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยไว้ไม่ได้ พยานโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จำเลยคงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง , ๑๐๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒๑,๐๐๐ บาท มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๑๔,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี? ข้อหาอื่นให้ยก.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001131.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544