คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2544 ฉบับเต็ม

#99043
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2544 นายอำนวย ลุนพงษ์ โจทก์ บริษัทแมนฮัตตั้นเซาว์น่า จำกัด จำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5, มาตรา 10, มาตรา 13, มาตรา 20 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย มีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อบริษัทจำเลยได้มีประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงการลงโทษทางวินัยลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 13 กำหนดไว้ เมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยได้แจ้งข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อตกลง หรือฝ่ายลูกจ้างได้ให้ความยินยอมแต่อย่างใด เพียงแต่บริษัทจำเลยได้ปิดประกาศให้ลูกจ้างทราบ แม้จะไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านก็ตาม ก็ยังไม่อาจถือว่าลูกจ้างให้ความยินยอมที่บริษัทจำเลยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าว ดังนั้น ประกาศของจำเลย จึงไม่มีผลใช้บังคับกับบรรดาลูกจ้างได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าจ้าง 1,346 บาท แก่โจทก์และห้ามจำเลยหักค่าจ้างโจทก์ตามประกาศของจำเลย เรื่องการลงโทษพนักงานฯ อีกต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนค่าจ้าง 1,346 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าประกาศของจำเลย เรื่อง การลงโทษพนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติ มีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือคู่มือพนักงาน ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย กำหนดขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยว่า "พนักงานที่ประพฤติผิดกฎข้อบังคับของโรงแรม จะได้รับการพิจารณาลงโทษ....." ซึ่งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามคู่มือพนักงานและประกาศของจำเลย เรื่อง การลงโทษพนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติมีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งคู่ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิมตามคู่มือพนักงาน พนักงานที่กระทำความผิดฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยสองครั้งแรกถูกลงโทษเพียงได้รับหนังสือเตือนเท่านั้น โดยมิได้ถูกลดค่าจ้างหรือเงินเดือนด้วย ต่อมาเมื่อกระทำความผิดครั้งที่สามจึงจะถูกลงโทษพนักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งการถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างนี้ก็หาเป็นภาระแก่จำเลยแต่อย่างใด ส่วนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศของจำเลย พนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติ 1 ใบ ซึ่งก็หมายถึงได้รับหนังสือเตือนครั้งแรกจะถูกลดเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าประกาศของจำเลยกำหนดโทษทางวินัยลูกจ้างของจำเลยที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้เดิมในคู่มือพนักงานย่อมไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างของจำเลยยิ่งกว่า เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือลูกจ้างของจำเลยให้ความยินยอมในการที่จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศของจำเลยทั้งการที่จำเลยปิดประกาศให้ลูกจ้างของจำเลยทราบแล้วแม้จะไม่มีลูกจ้างคนใดคัดค้านก็ตาม ก็ยังไม่อาจถือว่าลูกจ้างของจำเลยให้ความยินยอมที่จำเลยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวแล้ว ดังนั้น จำเลยไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการลงโทษพนักงานที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการกระทำให้ผิดไปจากวิธีการลงโทษเดิมตามที่กำหนดไว้ในคู่มือพนักงานได้ ประกาศของจำเลยจึงไม่มีผลใช้บังคับกับบรรดาลูกจ้างของจำเลย จำเลยย่อมไม่มีอำนาจลดเงินเดือนโจทก์จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าจ้างจำนวน 1,346 บาท แก่โจทก์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษายืน. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแรงงานกลาง - นายสมพงศ์ แพนเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99043
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมพงศ์ แพนเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066829"
    }
}
date
2544
deka_no
1128/2544
deka_running_no
1128
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 10",
            "ม. 13",
            "ม. 20"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอำนวย ลุนพงษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทแมนฮัตตั้นเซาว์น่า จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าจ้าง 1,346 บาท แก่โจทก์และห้ามจำเลยหักค่าจ้างโจทก์ตามประกาศของจำเลย เรื่องการลงโทษพนักงานฯ อีกต่อไป

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนค่าจ้าง 1,346 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าประกาศของจำเลย เรื่อง การลงโทษพนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติ มีผลใช้บังคับตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือคู่มือพนักงาน ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย กำหนดขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยว่า "พนักงานที่ประพฤติผิดกฎข้อบังคับของโรงแรม จะได้รับการพิจารณาลงโทษ....." ซึ่งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามคู่มือพนักงานและประกาศของจำเลย เรื่อง การลงโทษพนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติมีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งคู่ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิมตามคู่มือพนักงาน พนักงานที่กระทำความผิดฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยสองครั้งแรกถูกลงโทษเพียงได้รับหนังสือเตือนเท่านั้น โดยมิได้ถูกลดค่าจ้างหรือเงินเดือนด้วย ต่อมาเมื่อกระทำความผิดครั้งที่สามจึงจะถูกลงโทษพนักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งการถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างนี้ก็หาเป็นภาระแก่จำเลยแต่อย่างใด ส่วนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศของจำเลย พนักงานที่ได้รับใบเตือนความประพฤติ 1 ใบ ซึ่งก็หมายถึงได้รับหนังสือเตือนครั้งแรกจะถูกลดเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าประกาศของจำเลยกำหนดโทษทางวินัยลูกจ้างของจำเลยที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้เดิมในคู่มือพนักงานย่อมไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างของจำเลยยิ่งกว่า เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือลูกจ้างของจำเลยให้ความยินยอมในการที่จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศของจำเลยทั้งการที่จำเลยปิดประกาศให้ลูกจ้างของจำเลยทราบแล้วแม้จะไม่มีลูกจ้างคนใดคัดค้านก็ตาม ก็ยังไม่อาจถือว่าลูกจ้างของจำเลยให้ความยินยอมที่จำเลยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวแล้ว ดังนั้น จำเลยไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการลงโทษพนักงานที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการกระทำให้ผิดไปจากวิธีการลงโทษเดิมตามที่กำหนดไว้ในคู่มือพนักงานได้ ประกาศของจำเลยจึงไม่มีผลใช้บังคับกับบรรดาลูกจ้างของจำเลย จำเลยย่อมไม่มีอำนาจลดเงินเดือนโจทก์จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าจ้างจำนวน 1,346 บาท แก่โจทก์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001134.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544