คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8274/2543 ฉบับเต็ม

#99063
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8274/2543 นางอัจฉรา จันทภาษา โจทก์ นายเดชา จันทภาษา เจ้าหนี้ บริษัทวีดีโอโปรดักชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 (2) เจ้าหนี้ทำงานกับลูกหนี้มานานจนกระทั่งเป็นกรรมการคนหนึ่งและเป็นกรรมการผู้จัดการของลูกหนี้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการของลูกหนี้ เจ้าหนี้ย่อมต้องทราบถึงฐานะและกิจการของลูกหนี้ได้ว่าตกอยู่ในสภาพเช่นไร ฉะนั้น เมื่อกิจการของลูกหนี้อยู่ในภาวะขาดทุนอีกทั้งลูกหนี้ยังค้างชำระค่าจ้างพนักงานและเจ้าหนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2536 เป็นต้นไป เจ้าหนี้ก็ยังคงให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินโดยลูกหนี้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้จนถึงปี 2539 เป็นเงินทั้งสิ้น 7,900,000 บาท แสดงว่า เจ้าหนี้ให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินดังกล่าวโดยรู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94 (2) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ไว้เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๙ เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๑๒,๐๘๑,๐๒๓.๒๕ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้รายละเอียดปรากฏตามบัญชีท้ายคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า เจ้าหนี้มีสิทธิรับชำระหนี้เฉพาะในมูลหนี้อันดับ ๑ เป็นเงิน ๗๖๘,๕๒๓.๒๕ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เต็มตามคำขอ ส่วนคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับ ๒ ให้ยกคำขอเสียทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้ทำงานกับลูกหนี้มานานจนกระทั่งเป็นกรรมการคนหนึ่งและเป็นกรรมการผู้จัดการของลูกหนี้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการของลูกหนี้ จึงย่อมจะต้องทราบถึงฐานะและกิจการของลูกหนี้ได้ว่าตกอยู่ในสภาพเช่นไร เมื่อกิจการของลูกหนี้อยู่ในภาวะขาดทุน ลูกหนี้ค้างชำระค่าจ้างพนักงานและเจ้าหนี้เองเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๓๖ เป็นต้นไป เจ้าหนี้ก็ยังให้ลูกหนี้กู้ยืมเงิน โดยลูกหนี้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้จนถึงปี ๒๕๓๙ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่าเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินดังกล่าวโดยรู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ (๒) ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับ ๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-พิชัย เตโชพิทยากูล-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลชั้นต้น - นายดุลโชค มนูญพร ศาลอุทธรณ์ - นายสุพัฒน์ บุญยุบล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99063
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายดุลโชค มนูญพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุพัฒน์ บุญยุบล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069053"
    }
}
date
2543
deka_no
8274/2543
deka_running_no
8274
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 94 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางอัจฉรา จันทภาษา"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "นายเดชา จันทภาษา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวีดีโอโปรดักชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ไว้เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๙ เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๑๒,๐๘๑,๐๒๓.๒๕ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้รายละเอียดปรากฏตามบัญชีท้ายคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า เจ้าหนี้มีสิทธิรับชำระหนี้เฉพาะในมูลหนี้อันดับ ๑ เป็นเงิน ๗๖๘,๕๒๓.๒๕ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เต็มตามคำขอ ส่วนคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับ ๒ ให้ยกคำขอเสียทั้งสิ้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

เจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้ทำงานกับลูกหนี้มานานจนกระทั่งเป็นกรรมการคนหนึ่งและเป็นกรรมการผู้จัดการของลูกหนี้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการของลูกหนี้ จึงย่อมจะต้องทราบถึงฐานะและกิจการของลูกหนี้ได้ว่าตกอยู่ในสภาพเช่นไร เมื่อกิจการของลูกหนี้อยู่ในภาวะขาดทุน ลูกหนี้ค้างชำระค่าจ้างพนักงานและเจ้าหนี้เองเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๓๖ เป็นต้นไป เจ้าหนี้ก็ยังให้ลูกหนี้กู้ยืมเงิน โดยลูกหนี้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้จนถึงปี ๒๕๓๙ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท แสดงว่าเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินดังกล่าวโดยรู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ (๒) ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับ ๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001154.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543