คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8730/2543 ฉบับเต็ม

#99068
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8730/2543 บริษัทไดเนอร์สคลับ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายกฤษฎิ์ วิมไตรเมต จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 381 การที่จำเลยตกลงยินยอมตามเงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิตที่โจทก์คิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าในอัตรา ต่อเดือนตามที่โจทก์ประกาศและโจทก์จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าได้โดยไม่ต้องแจ้งให้จำเลยทราบเช่นนี้เห็นได้ว่าค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้ามิใช่ดอกเบี้ย แต่เป็นเบี้ยปรับ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อประเภทบัตรเครดิต จำเลยสมัครเป็นสมาชิกบัตรสินเชื่อของโจทก์ โดยจำเลยตกลงจะชำระเงินให้แก่โจทก์ตามที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยพร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ในการเบิกถอนเงินสดภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือนหรือวันที่โจทก์กำหนดไว้ใน ใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด จำเลยยอมชำระค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าในอัตราต่อเดือนตามที่ประกาศ จำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้ตามข้อตกลงหลายครั้งและค้างชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยต้อง รับผิดชำระเงินพร้อมค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑๘๒,๘๔๖.๗๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑๔๕,๙๓๔.๙๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์คิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าโดยไม่ชอบเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดโดยจำเลย ไม่ตกลงด้วย ยอดหนี้ตามฟ้องสูงเกินความจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๕๕,๘๒๕.๗๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีของต้นเงิน ๑๔๕,๙๓๔.๙๒ บาท นับแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์โดยตกลงยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและ ข้อกำหนดซึ่งจำเลยจะได้รับพร้อมกับบัตรเครดิตแต่ละฉบับ การที่จำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้เป็นการแสดงเจตนา โดยปริยายว่าจำเลยตกลงยินยอมตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้บัตรเครดิตนั้นแล้ว เงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิต ที่โจทก์คิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าในอัตราต่อเดือนตามที่โจทก์ประกาศและโจทก์จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงอัตรา ค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าได้โดยไม่ต้องแจ้งให้จำเลยทราบจึงใช้บังคับแก่จำเลยได้ ตามวิธีการใช้บัตรเครดิต เมื่อจำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้โจทก์จะชำระหนี้แทนจำเลย จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนโจทก์ภายในกำหนด หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืนภายในกำหนดโจทก์จึงจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้า จึงเห็นได้ว่า ค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้ามิใช่ดอกเบี้ย แต่เป็นเบี้ยปรับ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดอัตราไว้ โจทก์จึงมีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าจากจำเลยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือนตามที่โจทก์ประกาศกำหนดเป็นอัตราสำหรับลูกค้าของโจทก์ทุกคนได้? พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน ๗๙๗.๕๐ บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-ระพินทร บรรจงศิลป-ผล อนุวัตรนิติการ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุพจน์ จันทราอุกฤษณ์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุรชัย พิริยชนานันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99068
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุพจน์ จันทราอุกฤษณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรชัย พิริยชนานันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068744"
    }
}
date
2543
deka_no
8730/2543
deka_running_no
8730
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "ผล อนุวัตรนิติการ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 381"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไดเนอร์สคลับ (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกฤษฎิ์ วิมไตรเมต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อประเภทบัตรเครดิต จำเลยสมัครเป็นสมาชิกบัตรสินเชื่อของโจทก์ โดยจำเลยตกลงจะชำระเงินให้แก่โจทก์ตามที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยพร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ในการเบิกถอนเงินสดภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือนหรือวันที่โจทก์กำหนดไว้ใน ใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด จำเลยยอมชำระค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าในอัตราต่อเดือนตามที่ประกาศ จำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้ตามข้อตกลงหลายครั้งและค้างชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยต้อง รับผิดชำระเงินพร้อมค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑๘๒,๘๔๖.๗๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑๔๕,๙๓๔.๙๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์คิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าโดยไม่ชอบเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดโดยจำเลย ไม่ตกลงด้วย ยอดหนี้ตามฟ้องสูงเกินความจริง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๕๕,๘๒๕.๗๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีของต้นเงิน ๑๔๕,๙๓๔.๙๒ บาท นับแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์โดยตกลงยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและ ข้อกำหนดซึ่งจำเลยจะได้รับพร้อมกับบัตรเครดิตแต่ละฉบับ การที่จำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้เป็นการแสดงเจตนา โดยปริยายว่าจำเลยตกลงยินยอมตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้บัตรเครดิตนั้นแล้ว เงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิต ที่โจทก์คิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าในอัตราต่อเดือนตามที่โจทก์ประกาศและโจทก์จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงอัตรา ค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าได้โดยไม่ต้องแจ้งให้จำเลยทราบจึงใช้บังคับแก่จำเลยได้ ตามวิธีการใช้บัตรเครดิต เมื่อจำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้โจทก์จะชำระหนี้แทนจำเลย จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนโจทก์ภายในกำหนด หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืนภายในกำหนดโจทก์จึงจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้า จึงเห็นได้ว่า ค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้ามิใช่ดอกเบี้ย แต่เป็นเบี้ยปรับ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดอัตราไว้ โจทก์จึงมีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่าช้าจากจำเลยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือนตามที่โจทก์ประกาศกำหนดเป็นอัตราสำหรับลูกค้าของโจทก์ทุกคนได้?

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน ๗๙๗.๕๐ บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001151.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543