คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2543 ฉบับเต็ม

#99108
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวนิตยา บุญชมชื่น จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 227 พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ความชัดว่า ว. ได้พบเห็นจำเลยอยู่ในร้านค้าของ ว. โดย ส. ลูกจ้างของ ว. อยู่นอกร้านค้า และจำเลยเดินหนีออกจากร้านค้าโดยในมือถือสิ่งของไปด้วย ต่อมาหลังจาก ว. คาดคั้นและทราบจาก ส. ว่าถูกจำเลยข่มขู่และเอาทรัพย์สินไปแล้ว ว. ไปสถานีตำรวจพร้อมจำเลย จำเลยรับสารภาพและลงลายมือชื่อในบันทึกชั้นจับกุมว่าเอาทรัพย์สินของ ว. ไปจริง แม้ข้อนี้จำเลยจะนำสืบว่า เหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมเนื่องจากถูก ว. หลอกว่าจะไม่เอาเรื่อง หากเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้คำรับสารภาพในชั้นจับกุมเสียไปเพราะมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่เกิดจากการต่อรองและการตัดสินใจของจำเลยโดยสมัครใจ ย่อมรับฟังยันจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ข่มขืนใจนางสาวสมถวิลให้ยอมให้จำเลยได้รับประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจให้จับกุมนางสาวสมถวิลที่ติดยาเสพติดเมทแอมเฟตามีน อันเป็นการทำอันตรายต่อเสรีภาพและชื่อเสียงของนางสาวสมถวิล จนนางสาวสมถวิลยอมให้จำเลยเอาทรัพย์สินของนายวิฑูร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสาวสมถวิลไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่นายวิฑูร จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ วรรคแรก จำคุก ๒ ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่กรรโชกไปเป็นเงิน ๗๒๖ บาท แก่นายวิฑูร จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ความชัดว่านายวิฑูรได้พบเห็นจำเลยอยู่ในร้านค้าของนายวิฑูร โดยนางสาวสมถวิลลูกจ้างของนายวิฑูรอยู่นอกร้านค้า และจำเลยเดินหนีออกจากร้านค้าไปโดยในมือถือสิ่งของไปด้วยจริง ต่อมาหลังจากนายวิฑูรคาดคั้นและทราบจากนางสาวสมถวิลว่าถูกจำเลยข่มขู่และเอาทรัพย์สินไปแล้ว นายวิฑูรได้ไปสถานีตำรวจพร้อมจำเลยและจำเลยก็ได้รับสารภาพและลงลายมือชื่อในบันทึกชั้นจับกุมว่าได้เอาทรัพย์สินของนายวิฑูรไปจริง แม้ข้อนี้จำเลยจะนำสืบอ้างว่าเหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมก็ด้วยเหตุถูกนายวิฑูรหลอกว่าจะไม่เอาเรื่องก็ตาม เหตุดังกล่าวหากเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้คำรับสารภาพในชั้นจับกุมเสียไปเพราะมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่เกิดจากการต่อรองและการชั่งน้ำหนักตัดสินใจของจำเลยเองโดยสมัครใจย่อมรับฟังยันจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่รับฟังได้ความดังกล่าวนี้พอเพียงที่จะลงโทษจำเลยได้แล้วโดยปราศจากข้อสงสัย พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี คำรับของจำเลยชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (วินัย วิมลเศรษฐ-สุรพล เจียมจูไร-ประชา ประสงค์จรรยา) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวุฒิชัย ไวยภาษ ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99108
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวุฒิชัย ไวยภาษ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071789"
    }
}
date
2543
deka_no
5534/2543
deka_running_no
5534
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วินัย วิมลเศรษฐ",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวนิตยา บุญชมชื่น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ข่มขืนใจนางสาวสมถวิลให้ยอมให้จำเลยได้รับประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจให้จับกุมนางสาวสมถวิลที่ติดยาเสพติดเมทแอมเฟตามีน อันเป็นการทำอันตรายต่อเสรีภาพและชื่อเสียงของนางสาวสมถวิล จนนางสาวสมถวิลยอมให้จำเลยเอาทรัพย์สินของนายวิฑูร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสาวสมถวิลไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่นายวิฑูร

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ วรรคแรก จำคุก ๒ ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่กรรโชกไปเป็นเงิน ๗๒๖ บาท แก่นายวิฑูร

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ความชัดว่านายวิฑูรได้พบเห็นจำเลยอยู่ในร้านค้าของนายวิฑูร โดยนางสาวสมถวิลลูกจ้างของนายวิฑูรอยู่นอกร้านค้า และจำเลยเดินหนีออกจากร้านค้าไปโดยในมือถือสิ่งของไปด้วยจริง ต่อมาหลังจากนายวิฑูรคาดคั้นและทราบจากนางสาวสมถวิลว่าถูกจำเลยข่มขู่และเอาทรัพย์สินไปแล้ว นายวิฑูรได้ไปสถานีตำรวจพร้อมจำเลยและจำเลยก็ได้รับสารภาพและลงลายมือชื่อในบันทึกชั้นจับกุมว่าได้เอาทรัพย์สินของนายวิฑูรไปจริง แม้ข้อนี้จำเลยจะนำสืบอ้างว่าเหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมก็ด้วยเหตุถูกนายวิฑูรหลอกว่าจะไม่เอาเรื่องก็ตาม เหตุดังกล่าวหากเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้คำรับสารภาพในชั้นจับกุมเสียไปเพราะมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่เกิดจากการต่อรองและการชั่งน้ำหนักตัดสินใจของจำเลยเองโดยสมัครใจย่อมรับฟังยันจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่รับฟังได้ความดังกล่าวนี้พอเพียงที่จะลงโทษจำเลยได้แล้วโดยปราศจากข้อสงสัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี คำรับของจำเลยชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001179.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543