คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7768/2543 ฉบับเต็ม

#99163
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7768/2543 นายอนันต์ ภาณุวัฒน์วณิชย์ โจทก์ บริษัทนครหลวงโชวา - ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) จำเลย บริษัทสิริมนต์ จำกัด จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา โจทก์และจำเลยเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อโดยตรง การที่จำเลยร่วมเป็นผู้ชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลย และโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อผ่านจำเลยร่วมนั้น ไม่มีผลทำให้จำเลยร่วมเป็นตัวแทนของโจทก์แต่ประการใด เมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหน้าที่ส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อพร้อมแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนให้เป็นชื่อโจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์วันละ 2,000 บาท นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2539 ไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ดำเนินการและให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอน จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาศาลชั้นต้นอนุญาตให้เรียกบริษัทสิริมนต์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและดำเนินการโอนชื่อทางทะเบียนให้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หากทำไม่ได้ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ดำเนินการโอน ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมการโอน กับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์วันละ 1,200 บาท นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2539 ไปจนกว่ามีการโอนชื่อทางทะเบียนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ และให้ยกฟ้องจำเลยร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยดังนี้ ประเด็นที่ 1 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้วหรือไม่ กล่าวคือ จำเลยต้องส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่าโจทก์และจำเลยเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกันโดยตรงตามสัญญาเช่าซื้อและไม่มีข้อความหรือเอกสารอันใดที่แสดงให้เห็นถึงการที่โจทก์ตั้งจำเลยร่วมเป็นตัวแทนในการทำสัญญาเช่าซื้อแต่อย่างใด การที่จำเลยร่วมเป็นผู้ชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลย และโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อผ่านจำเลยร่วมนั้น ไม่มีผลทำให้จำเลยร่วมเป็นตัวแทนของโจทก์แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อแก่จำเลยครบถ้วนแล้วจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยอ้างว่าได้มอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยร่วมไปโดยจำเลยร่วมไม่มีอำนาจรับไว้แทนโจทก์และความปรากฏว่าจำเลยร่วมไม่ยอมส่งมอบต่อให้โจทก์นั้น เมื่อจำเลยมีหน้าที่ที่จะส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนต่อโจทก์ จะอ้างว่าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกระทำได้หาได้ไม่ ประเด็นที่ 2 ค่าเสียหายมีเพียงใดและจำเลยร่วมจะต้องร่วมรับผิดในค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยดังฎีกาของจำเลยหรือไม่ นั้น เห็นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะโจทก์ไม่ได้รับเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์จึงเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้รถยนต์ได้ และขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์จำเลยร่วมไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์จึงไม่มีความผูกพันใด ๆ ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาและกำหนดค่าเสียหายให้วันละ 1,200 บาท ชอบแล้ว ส่วนฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของจำเลยนอกจากนี้ ไม่ได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยและไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ดลจรัส รัตนโศภิต-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลแพ่ง - นายฐิตวัชร อุดรพิมพ์ ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99163
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายฐิตวัชร อุดรพิมพ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069623"
    }
}
date
2543
deka_no
7768/2543
deka_running_no
7768
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอนันต์ ภาณุวัฒน์วณิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทนครหลวงโชวา - ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัทสิริมนต์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อพร้อมแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนให้เป็นชื่อโจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์วันละ 2,000 บาท นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2539 ไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการ ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ดำเนินการและให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอน

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างการพิจารณาศาลชั้นต้นอนุญาตให้เรียกบริษัทสิริมนต์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม

จำเลยร่วมไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบคู่มือการจดทะเบียนและดำเนินการโอนชื่อทางทะเบียนให้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หากทำไม่ได้ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยโจทก์เป็นผู้ดำเนินการโอน ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมการโอน กับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์วันละ 1,200 บาท นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2539 ไปจนกว่ามีการโอนชื่อทางทะเบียนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ และให้ยกฟ้องจำเลยร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยดังนี้ ประเด็นที่ 1 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้วหรือไม่ กล่าวคือ จำเลยต้องส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่าโจทก์และจำเลยเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกันโดยตรงตามสัญญาเช่าซื้อและไม่มีข้อความหรือเอกสารอันใดที่แสดงให้เห็นถึงการที่โจทก์ตั้งจำเลยร่วมเป็นตัวแทนในการทำสัญญาเช่าซื้อแต่อย่างใด การที่จำเลยร่วมเป็นผู้ชักนำให้โจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลย และโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อผ่านจำเลยร่วมนั้น ไม่มีผลทำให้จำเลยร่วมเป็นตัวแทนของโจทก์แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อแก่จำเลยครบถ้วนแล้วจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยอ้างว่าได้มอบเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยร่วมไปโดยจำเลยร่วมไม่มีอำนาจรับไว้แทนโจทก์และความปรากฏว่าจำเลยร่วมไม่ยอมส่งมอบต่อให้โจทก์นั้น เมื่อจำเลยมีหน้าที่ที่จะส่งมอบเอกสารชุดโอนทะเบียนต่อโจทก์ จะอ้างว่าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกระทำได้หาได้ไม่

ประเด็นที่ 2 ค่าเสียหายมีเพียงใดและจำเลยร่วมจะต้องร่วมรับผิดในค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยดังฎีกาของจำเลยหรือไม่ นั้น เห็นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะโจทก์ไม่ได้รับเอกสารชุดโอนทะเบียนรถยนต์จึงเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้รถยนต์ได้ และขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์จำเลยร่วมไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์จึงไม่มีความผูกพันใด ๆ ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาและกำหนดค่าเสียหายให้วันละ 1,200 บาท ชอบแล้ว ส่วนฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของจำเลยนอกจากนี้ ไม่ได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยและไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001159.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543