คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8086/2543 ฉบับเต็ม

#99165
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8086/2543 บริษัทตะวันนา ไนท์บาซาร์ จำกัด โจทก์ นางสาวปณิตา โมกขสุทธิวงศ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 234 จำเลยทราบคำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 9 เมษายน 2542 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกับที่สั่งยกคำร้อง จำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 9 เมษายน 2542 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ทราบคำสั่ง ซึ่งครบกำหนดวันที่ 24 เมษายน 2542 อันเป็นวันเสาร์ จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งได้ในวันที่ 26 เมษายน 2542 ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดทำงานใหม่ แต่จำเลยกลับยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 ซึ่งพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ชอบแล้ว ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องเช่า และส่งมอบห้องเช่าในสภาพเรียบร้อยคืนแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 93,381.58 บาท พร้อมค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ของต้นเงิน 43,381.58 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์อัตราวันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากห้องเช่าและส่งมอบห้องเช่าในสภาพเรียบร้อยคืนแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่เมื่อถึงวันครบกำหนดที่อนุญาตไว้จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอีก 45 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในวันอื่นหลังจากนั้นโดยมีตรายางประทับให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 9 เมษายน 2542 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นดังกล่าวอ้างว่า จำเลยไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ได้ทัน จึงได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยและจำเลยทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 แต่จำเลยมายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 พ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง (ที่ถูกต้องทำเป็นฎีกาคำสั่ง) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเพิ่งทราบคำสั่งศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 23 เมษายน 2542 เนื่องจากสำนวนยังไม่ลงมาจากผู้พิพากษา และตามแผ่นการ์ดของเจ้าหน้าที่อุทธรณ์ไม่ได้ลงคำสั่งไว้จนกระทั่งถึงวันที่ 23 เมษายน 2542 นั้น เห็นว่า จำเลยมิได้มีเอกสารใดมาแสดงเพื่อให้น่าเชื่อถือจึงเป็นเพียงข้ออ้างของจำเลยลอย ๆ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทราบคำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 9 เมษายน 2542 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกับที่สั่งยกคำร้อง จำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2542 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ทราบคำสั่ง ซึ่งครบกำหนดวันที่ 24 เมษายน 2542 อันเป็นวันเสาร์ จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งได้ในวันที่ 26 เมษายน 2542 ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดทำงานใหม่ แต่จำเลยกลับยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 ซึ่งพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (อภิชาต สุขัคคานนท์-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลแพ่งชั้นต้น - นายจำเริญศักดิ์ สารธิมา ศาลอุทธรณ์ - นายนุรักษ์ มาประณีต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99165
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งชั้นต้น",
        "judge": "นายจำเริญศักดิ์ สารธิมา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายนุรักษ์ มาประณีต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069301"
    }
}
date
2543
deka_no
8086/2543
deka_running_no
8086
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทตะวันนา ไนท์บาซาร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวปณิตา โมกขสุทธิวงศ์"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องเช่า และส่งมอบห้องเช่าในสภาพเรียบร้อยคืนแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 93,381.58 บาท พร้อมค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ของต้นเงิน 43,381.58 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์อัตราวันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากห้องเช่าและส่งมอบห้องเช่าในสภาพเรียบร้อยคืนแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่เมื่อถึงวันครบกำหนดที่อนุญาตไว้จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอีก 45 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในวันอื่นหลังจากนั้นโดยมีตรายางประทับให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 9 เมษายน 2542

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นดังกล่าวอ้างว่า จำเลยไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ได้ทัน จึงได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยและจำเลยทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 แต่จำเลยมายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 พ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง (ที่ถูกต้องทำเป็นฎีกาคำสั่ง)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเพิ่งทราบคำสั่งศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 23 เมษายน 2542 เนื่องจากสำนวนยังไม่ลงมาจากผู้พิพากษา และตามแผ่นการ์ดของเจ้าหน้าที่อุทธรณ์ไม่ได้ลงคำสั่งไว้จนกระทั่งถึงวันที่ 23 เมษายน 2542 นั้น เห็นว่า จำเลยมิได้มีเอกสารใดมาแสดงเพื่อให้น่าเชื่อถือจึงเป็นเพียงข้ออ้างของจำเลยลอย ๆ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทราบคำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 9 เมษายน 2542 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกับที่สั่งยกคำร้อง จำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2542 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ทราบคำสั่ง ซึ่งครบกำหนดวันที่ 24 เมษายน 2542 อันเป็นวันเสาร์ จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งได้ในวันที่ 26 เมษายน 2542 ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดทำงานใหม่ แต่จำเลยกลับยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 ซึ่งพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001156.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543