คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9034/2543 ฉบับเต็ม

#99169
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9034/2543 นายมนสิทธิ์ ผดุงสิทธิ์ โจทก์ บริษัทรอยัลเบนซ์โซไซตี้ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 472, มาตรา 572 ป.วิ.พ. มาตรา 55 แม้โจทก์ได้สั่งซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยชำระค่าจองรถยนต์รวมทั้งค่ารถยนต์บางส่วน และได้รับมอบรถยนต์จากจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่โจทก์ก็ยืนยันว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อไว้กับบริษัท ธ. จำกัด อันแสดงโดยแจ้งชัดว่าโจทก์ได้ยอมรับแล้วว่าบริษัท ธ. จำกัด เป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาท หาใช่จำเลยที่ 1 ไม่ มิฉะนั้นโจทก์คงไม่ชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดให้แก่บริษัท ธ. จำกัด ตลอดมา โดยบริษัทดังกล่าวได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกงวด แม้แต่ค่าจองรถยนต์ จนกระทั่งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัท ธ. จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับมอบรถยนต์ไว้ โจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงหาได้มีนิติสัมพันธ์ตามลักษณะของสัญญาซื้อขายกันไม่ ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ก็ไม่ปรากฏว่า มีความผูกพันกับโจทก์ตามสัญญาใดที่จะทำให้ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์คันพิพาทต่อโจทก์ ลำพังเพียงการรับประกันว่า หากรถยนต์ที่จำหน่ายมีปัญหาสามารถส่งซ่อมได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายและที่ศูนย์ของจำเลยที่ 2 มิได้หมายความว่าจำเลยที่ 2 ผูกพันต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ที่โจทก์ได้รับมอบมาตามสัญญาเช่าซื้อ เพราะความรับผิดในกรณีทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อชำรุดบกพร่องโจทก์ย่อมเรียกร้องได้จากผู้ให้เช่าซื้อโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดในความชำรุดบกพร่องแห่งทรัพย์สินที่เช่าซื้ออันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเช่าซื้อนั้นได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาซื้อขาย จำนวน ๑,๘๗๕,๓๓๐.๗๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ? พิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง หรือไม่ โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์ได้รับรถยนต์คันพิพาทด้วยการซื้อจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของจำเลยที่ ๒ ตามความประสงค์ของโจทก์เอง แต่ที่ต้องผูกพันในสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ก็เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถหาเงินสดมาชำระค่ารถยนต์ให้แก่จำเลยที่ ๑ ได้ บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด จึงเป็นคู่กรณีเพราะความ ขัดข้องในการชำระหนี้เท่านั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง เห็นว่า จริงอยู่ แม้โจทก์ได้สั่งซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๓ โดยชำระค่าจองรถยนต์รวมทั้งค่ารถยนต์บางส่วน เป็นเงิน ๒๙๙,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๖ และได้รับมอบรถยนต์จากจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็ตาม แต่โจทก์ก็เบิกความโดยอ้าง ตนเองเป็นพยานยืนยันว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อไว้กับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด เป็นเงิน ๒,๙๒๙,๙๐๖.๓๒ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๗ อันแสดงโดยแจ้งชัดว่า โจทก์ได้ยอมรับแล้วว่า บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด เป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาท หาใช่จำเลยที่ ๑ ไม่ มิฉะนั้นโจทก์คงไม่ชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดให้แก่บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ตลอดมา โดยบริษัทดังกล่าวได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกงวด แม้แต่ค่าจองรถยนต์ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ ถึง จ.๑๓ จนกระทั่งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.๑๖ ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับมอบรถยนต์ไว้ ตามเอกสารหมาย จ.๑๗ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงหาได้มีนิติสัมพันธ์ตามลักษณะของสัญญาซื้อขายกันแต่ประการใดไม่ ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ นั้น ตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่า มีความผูกพันกับโจทก์ตามสัญญาใด ที่จะทำให้ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์คันพิพาทต่อโจทก์ ลำพังเพียงการ รับประกันว่า หากรถยนต์ที่จำหน่ายมีปัญหา สามารถส่งซ่อมได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายและที่ศูนย์ของจำเลยที่ ๒ มิได้หมายความว่า จำเลยที่ ๒ ผูกพันตนต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ที่โจทก์ได้รับมอบมาตามสัญญาเช่าซื้อ เพราะความรับผิดในกรณีทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อชำรุดบกพร่อง โจทก์ย่อมเรียกร้องได้จากผู้ให้เช่าซื้อโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดในความชำรุดบกพร่องแห่งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ อันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเช่าซื้อนั้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . (วิชา มหาคุณ-พูนศักดิ์ จงกลนี-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเผดิม เพ็ชรกูล ศาลอุทธรณ์ - นายสมศิลป์ โสเจยยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99169
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายเผดิม เพ็ชรกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมศิลป์ โสเจยยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068409"
    }
}
date
2543
deka_no
9034/2543
deka_running_no
9034
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 472",
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมนสิทธิ์ ผดุงสิทธิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทรอยัลเบนซ์โซไซตี้ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาซื้อขาย จำนวน ๑,๘๗๕,๓๓๐.๗๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ? พิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง หรือไม่ โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์ได้รับรถยนต์คันพิพาทด้วยการซื้อจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของจำเลยที่ ๒ ตามความประสงค์ของโจทก์เอง แต่ที่ต้องผูกพันในสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ก็เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถหาเงินสดมาชำระค่ารถยนต์ให้แก่จำเลยที่ ๑ ได้ บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด จึงเป็นคู่กรณีเพราะความ ขัดข้องในการชำระหนี้เท่านั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง เห็นว่า จริงอยู่ แม้โจทก์ได้สั่งซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๓ โดยชำระค่าจองรถยนต์รวมทั้งค่ารถยนต์บางส่วน เป็นเงิน ๒๙๙,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๖ และได้รับมอบรถยนต์จากจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ก็ตาม แต่โจทก์ก็เบิกความโดยอ้าง ตนเองเป็นพยานยืนยันว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อไว้กับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด เป็นเงิน ๒,๙๒๙,๙๐๖.๓๒ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๗ อันแสดงโดยแจ้งชัดว่า โจทก์ได้ยอมรับแล้วว่า บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด เป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาท หาใช่จำเลยที่ ๑ ไม่ มิฉะนั้นโจทก์คงไม่ชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดให้แก่บริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ตลอดมา โดยบริษัทดังกล่าวได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกงวด แม้แต่ค่าจองรถยนต์ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ ถึง จ.๑๓ จนกระทั่งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัทธนบุรีพานิชลิสซิ่ง จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.๑๖ ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับมอบรถยนต์ไว้ ตามเอกสารหมาย จ.๑๗ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงหาได้มีนิติสัมพันธ์ตามลักษณะของสัญญาซื้อขายกันแต่ประการใดไม่ ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ นั้น ตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่า มีความผูกพันกับโจทก์ตามสัญญาใด ที่จะทำให้ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์คันพิพาทต่อโจทก์ ลำพังเพียงการ รับประกันว่า หากรถยนต์ที่จำหน่ายมีปัญหา สามารถส่งซ่อมได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายและที่ศูนย์ของจำเลยที่ ๒ มิได้หมายความว่า จำเลยที่ ๒ ผูกพันตนต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ที่โจทก์ได้รับมอบมาตามสัญญาเช่าซื้อ เพราะความรับผิดในกรณีทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อชำรุดบกพร่อง โจทก์ย่อมเรียกร้องได้จากผู้ให้เช่าซื้อโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดในความชำรุดบกพร่องแห่งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ อันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเช่าซื้อนั้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001148.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543