คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2543 ฉบับเต็ม

#99181
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2543 นางกิมกี นาคจู โจทก์ นายพงษ์พันธ์หรือเค็ก นิ่มสิริวังโส กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคหนึ่ง คดีเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ตามข้อกล่าวอ้างว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่าคำฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ถือได้ว่าศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีที่ได้ฟ้องแล้ว เมื่อคดีถึงที่สุดโจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ใหม่ในประเด็นเดียวกัน จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รื้อถอนบ้านเลขที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนบ้านเลขที่ 88 ให้จำเลยที่ 3 รื้อถอนบ้านไม่มีเลขที่ ให้จำเลยทั้งสามขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์เคยนำคดีมาฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลชั้นต้น เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 790/2536 ศาลมีคำสั่งไม่รับบัญชีพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุด โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องใหม่จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า ที่ดินตามฟ้องอยู่ในเขตที่ของกรมชลประทาน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องออกมาโดยมิชอบ จำเลยที่ 3 ปลูกบ้านพักอาศัยในที่ดินพิพาทและครอบครองตั้งแต่ ปี 2537 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำเลยทั้งสามต่างเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินแปลงดังกล่าวตามแผนที่พิพาท และในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 790/2536 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกจากที่ดินพิพาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ในปัญหานี้เห็นว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 790/2536 โจทก์มีภาระการพิสูจน์ตามข้อกล่าวอ้างว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ถือได้ว่าศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีที่ได้ฟ้องแล้ว เมื่อคดีถึงที่สุด โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ใหม่ในประเด็นเดียวกัน จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคแรก ส่วนปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้อที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่เป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง อันเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง สำหรับประเด็นข้อนี้จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุเมธ ตังคจิวางกูร-ปราโมทย์ ชพานนท์-ชวลิต ยอดเณร) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิกร อังคณาวิศัลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99181
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวิกร อังคณาวิศัลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069512"
    }
}
date
2543
deka_no
7872/2543
deka_running_no
7872
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ปราโมทย์ ชพานนท์",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางกิมกี นาคจู"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพงษ์พันธ์หรือเค็ก นิ่มสิริวังโส กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รื้อถอนบ้านเลขที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนบ้านเลขที่ 88 ให้จำเลยที่ 3 รื้อถอนบ้านไม่มีเลขที่ ให้จำเลยทั้งสามขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์เคยนำคดีมาฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลชั้นต้น เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 790/2536 ศาลมีคำสั่งไม่รับบัญชีพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุด โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องใหม่จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 ให้การว่า ที่ดินตามฟ้องอยู่ในเขตที่ของกรมชลประทาน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องออกมาโดยมิชอบ จำเลยที่ 3 ปลูกบ้านพักอาศัยในที่ดินพิพาทและครอบครองตั้งแต่ ปี 2537 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำเลยทั้งสามต่างเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินแปลงดังกล่าวตามแผนที่พิพาท และในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 790/2536 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกจากที่ดินพิพาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ในปัญหานี้เห็นว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 790/2536 โจทก์มีภาระการพิสูจน์ตามข้อกล่าวอ้างว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ถือได้ว่าศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีที่ได้ฟ้องแล้ว เมื่อคดีถึงที่สุด โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ใหม่ในประเด็นเดียวกัน จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคแรก ส่วนปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้อที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่เป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง อันเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง สำหรับประเด็นข้อนี้จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001158.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543