คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7720/2543 ฉบับเต็ม

#99187
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7720/2543 นางไพเราะ ศรีสิงห์ โจทก์ นายโก๊ะ มินิ จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 116, มาตรา 118 ป. รัษฎากร มาตรา 118 หาได้บังคับให้ปิดหรือขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่ แม้ในขณะที่โจทก์อ้างส่งสัญญากู้เอกสารหมาย จ. 1 ต่อศาลจะยังมิได้ปิดอากรแสตมป์ แต่ต่อมาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์ได้ขออนุญาตศาลปิดอากรแสตมป์ในตราสารนั้นเองเป็นเงิน 285 บาท ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ต้องปิดตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 5 ท้าย ป. รัษฎากร พร้อมทั้งขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว จึงต้องถือว่าเป็นตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย ศาลย่อมรับฟังหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ. 1 เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ไม่จำต้องเสียเงินเพิ่มก่อนดังจำเลยอ้าง เพราะตามมาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114" ฉะนั้น การที่จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรโดยชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 116 จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑๔๗,๐๒๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๑๔,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๐) ต้องไม่เกิน ๓๓,๐๒๒ บาท ตามที่ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ในสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ ใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้ให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนที่จะอ้างส่งเป็นพยานเอกสาร โจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องขอปิดอากรแสตมป์ต่อศาลชั้นต้นหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตในวันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์จึงได้ปิดอากรแสตมป์ในวันดังกล่าว เป็นการไม่ชอบ ที่ถูกแล้วโจทก์จะต้องไปดำเนินการเสียอากรและเงินเพิ่มอากรให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรเสียก่อนที่จะนำมาฟ้องและอ้างส่งศาล โดยจะต้องชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สรรพากรตามมาตรา ๑๑๖ แห่ง ป. รัษฎากร นั้น เห็นว่า ป. รัษฎากร มาตรา ๑๑๘ หาได้บังคับให้ปิดหรือขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่ แม้ในขณะที่โจทก์อ้างส่งสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ ต่อศาลจะยังมิได้ปิดอากรแสตมป์ แต่ต่อมาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์ได้ขออนุญาตศาลปิดอากรแสตมป์ในตราสารนั้นเองเป็นเงิน ๒๘๕ บาท ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ต้องปิดตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ ๕ ท้าย ป. รัษฎากร พร้อมทั้งขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว จึงต้องถือว่าเป็นตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย ศาลย่อมรับฟังหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ไม่จำต้องเสียเงินเพิ่มก่อนดังจำเลยอ้าง เพราะตามมาตรา ๑๑๘ บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔" ฉะนั้น การที่จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรโดยชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๖ จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ฎีกาจำเลยข้อแรกฟังไม่ขึ้น? พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์. (อภิชาต สุขัคคานนท์-ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลแพ่ง - นายสมาน สวนปาน ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99187
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสมาน สวนปาน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์พล ทองจีน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069636"
    }
}
date
2543
deka_no
7720/2543
deka_running_no
7720
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 116",
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางไพเราะ ศรีสิงห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายโก๊ะ มินิ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑๔๗,๐๒๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๑๔,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๓๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๐) ต้องไม่เกิน ๓๓,๐๒๒ บาท ตามที่ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ในสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ ใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้ให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนที่จะอ้างส่งเป็นพยานเอกสาร โจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องขอปิดอากรแสตมป์ต่อศาลชั้นต้นหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตในวันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์จึงได้ปิดอากรแสตมป์ในวันดังกล่าว เป็นการไม่ชอบ ที่ถูกแล้วโจทก์จะต้องไปดำเนินการเสียอากรและเงินเพิ่มอากรให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรเสียก่อนที่จะนำมาฟ้องและอ้างส่งศาล โดยจะต้องชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สรรพากรตามมาตรา ๑๑๖ แห่ง ป. รัษฎากร นั้น เห็นว่า ป. รัษฎากร มาตรา ๑๑๘ หาได้บังคับให้ปิดหรือขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่ แม้ในขณะที่โจทก์อ้างส่งสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ ต่อศาลจะยังมิได้ปิดอากรแสตมป์ แต่ต่อมาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์ได้ขออนุญาตศาลปิดอากรแสตมป์ในตราสารนั้นเองเป็นเงิน ๒๘๕ บาท ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ต้องปิดตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ ๕ ท้าย ป. รัษฎากร พร้อมทั้งขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว จึงต้องถือว่าเป็นตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ครบถ้วนตามกฎหมาย ศาลย่อมรับฟังหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ. ๑ เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ไม่จำต้องเสียเงินเพิ่มก่อนดังจำเลยอ้าง เพราะตามมาตรา ๑๑๘ บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔" ฉะนั้น การที่จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรโดยชำระเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๖ จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ฎีกาจำเลยข้อแรกฟังไม่ขึ้น?

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001159.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543