คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7704/2543 ฉบับเต็ม

#99188
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7704/2543 นางพิมพ์ จันทร์ศรี โจทก์ นางกำเหนิด ชาวบ้านเกาะ ผู้ร้อง นางสวา ชาวบ้านเกาะ โดยนางเกศริน เอี่ยมสมบูรณ์ จำเลย หรือชาวบ้านเกาะ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ป.วิ.พ. มาตรา ที่ผู้ร้องอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีนำเรือเพื่อจะไปขุดคันดินที่กั้นระหว่างที่ดินพิพาทกับที่ดินของผู้ร้องเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองในที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการในทางอื่นต่อไป เจ้าพนักงานบังคับดคีไม่ได้ดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาท ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ให้จำเลยรื้อถอนคันดินที่จำเลยทำขึ้นและทำคันดินด้านทิศตะวันออกให้เป็นสภาพเดิม หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 20,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนคันดินและทำคันดินให้เป็นสภาพเดิม จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดิน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำเรือขุดไปขุดคันดินซึ่งเป็นแนวเขตที่กั้นระหว่างที่ดินพิพาทกับที่ดินของผู้ร้อง เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ขอให้ระงับหรืองด หรือยกเลิกการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีนำเรือเพื่อจะไปขุดคันดินที่กั้นระหว่างที่ดินพิพาทกับที่ดินของผู้ร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองในที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการในทางอื่นต่อไป เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สบโชค สุขารมณ์ - ชูชาติ ศรีแสง - ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) () ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายประยูร ณ ระนอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99188
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสาคร",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายประยูร ณ ระนอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069636"
    }
}
date
2543
deka_no
7704/2543
deka_running_no
7704
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางพิมพ์ จันทร์ศรี"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางกำเหนิด ชาวบ้านเกาะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสวา ชาวบ้านเกาะ โดยนางเกศริน เอี่ยมสมบูรณ์"
    },
    {
        "role": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน",
        "name": "หรือชาวบ้านเกาะ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาท ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ให้จำเลยรื้อถอนคันดินที่จำเลยทำขึ้นและทำคันดินด้านทิศตะวันออกให้เป็นสภาพเดิม หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 20,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนคันดินและทำคันดินให้เป็นสภาพเดิม จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดิน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำเรือขุดไปขุดคันดินซึ่งเป็นแนวเขตที่กั้นระหว่างที่ดินพิพาทกับที่ดินของผู้ร้อง เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ขอให้ระงับหรืองด หรือยกเลิกการบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีนำเรือเพื่อจะไปขุดคันดินที่กั้นระหว่างที่ดินพิพาทกับที่ดินของผู้ร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองในที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการในทางอื่นต่อไป เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

(สบโชค สุขารมณ์ - ชูชาติ ศรีแสง - ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช)
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001159.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543