คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7276/2544 ฉบับเต็ม

#99191
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7276/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นางสาวอรัญญา จุลเกษมศักดิ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าเช่ารถยนต์เป็นการส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แต่ข้อเท็จจริงในทางนำสืบปรากฏว่าเช็คดังกล่าว บริษัท ว. เป็นผู้ออกเพื่อชำระค่าเช่ารถยนต์แก่ผู้เสียหาย จำเลยลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทในฐานะกรรมการของบริษัท ว. เท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทเป็นการส่วนตัว อีกทั้งคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายว่าจำเลยต้องร่วมรับผิดกับบริษัท ว. ฐานตัวการ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ กับให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๓๒๘/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ รวม ๓ กระทง ให้จำคุกกระทงละ ๒ เดือน เรียงกระทงลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ รวมจำคุก ๖ เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๙ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาพุทธมณฑลสาย ๔ จำนวนเงินฉบับละ ๑๑๒,๓๕๐ บาท รวม ๓ ฉบับ มอบให้บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้ค่าเช่ารถยนต์ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวบรรยายว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ผู้เสียหายเป็นการส่วนตัวมิใช่เป็นการทำแทนนิติบุคคล แต่ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบโจทก์กลับปรากฏว่า เช็คดังกล่าวเป็นเช็คส่วนหนึ่งที่บริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ออกเพื่อชำระค่าเช่ารถเบ็นซ์จากผู้เสียหายมีกำหนดระยะเวลา ๓๖ เดือน อัตราเดือนละ ๑๑๒,๓๕๐ บาท รวมเป็นเงินค่าเช่าทั้งสิ้น ๔,๐๔๔,๖๐๐ บาท จำเลยลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทในฐานะกรรมการของบริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด เท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทเป็นการส่วนตัว ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายให้จำเลยร่วมรับผิดกับบริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด ฐานตัวการ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์ต่อไป ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-วิเทพ ศิริพากย์-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายประสิทธิ์ ตันติเสรี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสุรศักดิ์ ศีรีวิเชียร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99191
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสาคร",
        "judge": "นายประสิทธิ์ ตันติเสรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ ศีรีวิเชียร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061487"
    }
}
date
2544
deka_no
7276/2544
deka_running_no
7276
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสอง",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรัญญา จุลเกษมศักดิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ กับให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๓๒๘/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ รวม ๓ กระทง ให้จำคุกกระทงละ ๒ เดือน เรียงกระทงลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๑ รวมจำคุก ๖ เดือน คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๙ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาพุทธมณฑลสาย ๔ จำนวนเงินฉบับละ ๑๑๒,๓๕๐ บาท รวม ๓ ฉบับ มอบให้บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้ค่าเช่ารถยนต์ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวบรรยายว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ผู้เสียหายเป็นการส่วนตัวมิใช่เป็นการทำแทนนิติบุคคล แต่ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบโจทก์กลับปรากฏว่า เช็คดังกล่าวเป็นเช็คส่วนหนึ่งที่บริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ออกเพื่อชำระค่าเช่ารถเบ็นซ์จากผู้เสียหายมีกำหนดระยะเวลา ๓๖ เดือน อัตราเดือนละ ๑๑๒,๓๕๐ บาท รวมเป็นเงินค่าเช่าทั้งสิ้น ๔,๐๔๔,๖๐๐ บาท จำเลยลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทในฐานะกรรมการของบริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด เท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทเป็นการส่วนตัว ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายให้จำเลยร่วมรับผิดกับบริษัทวิธานันท์ก่อสร้าง จำกัด ฐานตัวการ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์ต่อไป ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001086.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544