คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233 -ที่ 7234/2543 ฉบับเต็ม

#99229
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233 - 7234/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุพัตรา แสงอร่าม โจทก์ร่วม นายวิวัฒน์ ตั้งจาตุรนต์รัศมี จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่าโจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและ มีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาทที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ แม้ตามข้อเท็จจริงโจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่ากระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่าจำเลยออกเช็ครวม ๒ ฉบับ มอบให้นางสุพัตรา ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำเช็คทั้งสองฉบับเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๒) (๕) จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ระหว่างพิจารณานางสุพัตรา ผู้เสียหายทั้งสองสำนวนขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๕) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้จำคุกกระทงละ ๑ ปี เรียงกระทงลงโทษรวม ๒ กระทง เป็นจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมและมีอำนาจฟ้องหรือไม่เสียก่อน ในปัญหานี้โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาว่า จากการนำสืบของโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาข้อตกลงว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดหาธนาคารมาเป็นผู้ค้ำประกันงานโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกโดยโจทก์ร่วมจ่ายเงินในนามกรรมการผู้จัดการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ให้แก่จำเลย สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย และเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมยึดถือไว้ ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าใช้จ่ายพร้อมค่าเสียหายแก่ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ซึ่งจำเลยยินยอมให้โจทก์ร่วมนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมในฐานะกรรมการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้กู้ และจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ โจทก์ร่วมมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว แต่เป็นการกระทำในฐานะเป็นตัวแทนเชิดของ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ มอบให้ นางสุพัตรา แสงอร่าม ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและมีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาท ทั้งสองฉบับที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ แม้ตามข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท กระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่า กระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหายคดีนี้ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมประการอื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน . (โนรี จันทร์ทร-พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) ศาลแขวงดุสิต - นายวิธูร คลองมีคุณ ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99229
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายวิธูร คลองมีคุณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070283"
    }
}
date
2543
deka_no
7234/2543
deka_running_no
7234
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางสุพัตรา แสงอร่าม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิวัฒน์ ตั้งจาตุรนต์รัศมี"
    }
]
long_text
คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่าจำเลยออกเช็ครวม ๒ ฉบับ มอบให้นางสุพัตรา ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำเช็คทั้งสองฉบับเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๒) (๕)

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ระหว่างพิจารณานางสุพัตรา ผู้เสียหายทั้งสองสำนวนขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๕) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้จำคุกกระทงละ ๑ ปี เรียงกระทงลงโทษรวม ๒ กระทง เป็นจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมและมีอำนาจฟ้องหรือไม่เสียก่อน ในปัญหานี้โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาว่า จากการนำสืบของโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาข้อตกลงว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดหาธนาคารมาเป็นผู้ค้ำประกันงานโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกโดยโจทก์ร่วมจ่ายเงินในนามกรรมการผู้จัดการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ให้แก่จำเลย สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย และเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมยึดถือไว้ ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าใช้จ่ายพร้อมค่าเสียหายแก่ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ซึ่งจำเลยยินยอมให้โจทก์ร่วมนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมในฐานะกรรมการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้กู้ และจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ โจทก์ร่วมมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว แต่เป็นการกระทำในฐานะเป็นตัวแทนเชิดของ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ มอบให้ นางสุพัตรา แสงอร่าม ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและมีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาท ทั้งสองฉบับที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ แม้ตามข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท กระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่า กระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหายคดีนี้ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมประการอื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001165.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233 -
year
2543