คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7013/2543 ฉบับเต็ม

#99232
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7013/2543 บริษัทโชคทวีวิศวกิจ จำกัด โจทก์ บริษัทเอ็ม.พี.โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ทางด้านโรงแรมย่อมจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก แม้ในการยื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 จะต้องนำเงินมาวางศาลเป็นค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200,000 บาท กับค่าฤชาธรรมเนียม ที่จะต้องใช้แทนโจทก์อีก 250,970 บาท แต่จำนวนดังกล่าวไม่น่าจะถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากนักสำหรับจำเลยที่ 1 ทั้งก่อนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 นั้น ศาลชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งอนุญาตขยาย ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 มาแล้วถึง 4 ครั้ง จำเลยที่ 1 จึงมีเวลาจัดหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลเป็น เวลานานถึง 3 เดือนเศษ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าช่วงเวลานั้น จำเลยที่ 1 ยังคงประกอบธุรกิจการโรงแรมอยู่จึงน่าจะมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวด้วย ดังนั้น หากจำเลยที่ 1 ขวนขวายก็น่าเชื่อว่าสามารถจัดหาค่าธรรมเนียมมาวางศาลโดยไม่จำต้องรอให้ลูกค้าต่างประเทศโอนเงินมาตามที่อ้าง พฤติการณ์น่าจะเป็นข้ออ้างเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้าเท่านั้น ถือไม่ได้ว่า มีพฤติการณ์พิเศษตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ในอันที่จะให้ศาลสั่งขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินตามสัญญาจ้างทำของจำนวน 63,991,485.20 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 62,612.521.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ก่อนสิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์รวม 5 ครั้ง โดยในวันครบกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ในครั้งที่ 4 คือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 นั้น จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 อ้างเหตุว่าจำเลยที่ 1 ยังไม่สามารถที่จะหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้ทัน จึงต้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 7 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 ออกไปได้อีก 7 วัน ตามที่ขอ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรมโรงแรม เอ็ม. พี. โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท และอาคารสตาฟเฮาส์โครงการโรงแรมแคลเรียน เอ็ม. พี. รีสอร์ท มีมูลค่ารวมกันเป็นเงินจำนวนมากถึง 276,083,000 บาท แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ทางด้านโรงแรมย่อมจะต้องมีเงินทุนตหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก แม้ในการยื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 จะต้องนำเงินมาวางศาลเป็นค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200,000 บาท กับค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยที่ 1 จะต้องใช้แทนโจทก์อีก 250,970 บาท แต่จำนวนเงินดังกล่าวไม่น่าจะถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากนักสำหรับจำเลยที่ 1 ทั้งก่อนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เป็นครั้งที่ 5 นั้น ศาลชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 มาแล้วถึง 4 โดยในครั้งที่ 4 ศาลชั้นต้นได้อนุญาตขยายระยะเวลาให้จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยที่ 1 จึงมีเวลาจัดหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา คือ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2540 จนถึงวันดังกล่าวรวมเป็นเวลานานถึง 3 เดือนเศษ ซึ่งเป็นเวลามากพอที่จะหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้ นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของโจทก์โดยที่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้านเป็นอย่างอื่นว่าในช่วงเวลานั้นจำเลยที่ 1 ก็ยังคงประกอบธุรกิจการโรงแรมอยู่จึงน่าจะมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวด้วย ดังนั้นหากจำเลยที่ 1 จะขวนขวายจัดหาเงินค่าธรรมเนียม มาวางศาลก็น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 สามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกค้าต่างประเทศโอนเงินมาให้ตามที่อ้างมาในคำร้อง ตามพฤติการณ์น่าจะเป็นข้ออ้างเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้าเท่านั้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 23 ในอันที่จะให้ศาลมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้อีก พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 5 ฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 ของจำเลยที่ 1 (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลแพ่ง - นางสาวศุภลักษณ์ ลาภทวีโชค ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง กุลบุปผา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99232
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวศุภลักษณ์ ลาภทวีโชค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญส่ง กุลบุปผา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070595"
    }
}
date
2543
deka_no
7013/2543
deka_running_no
7013
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทโชคทวีวิศวกิจ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอ็ม.พี.โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินตามสัญญาจ้างทำของจำนวน 63,991,485.20 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 62,612.521.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

ก่อนสิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์รวม 5 ครั้ง โดยในวันครบกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ในครั้งที่ 4 คือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 นั้น จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 อ้างเหตุว่าจำเลยที่ 1 ยังไม่สามารถที่จะหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้ทัน จึงต้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 7 วัน นับแต่วันครบกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 ออกไปได้อีก 7 วัน ตามที่ขอ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรมโรงแรม เอ็ม. พี. โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท และอาคารสตาฟเฮาส์โครงการโรงแรมแคลเรียน เอ็ม. พี. รีสอร์ท มีมูลค่ารวมกันเป็นเงินจำนวนมากถึง 276,083,000 บาท แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ทางด้านโรงแรมย่อมจะต้องมีเงินทุนตหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก แม้ในการยื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 จะต้องนำเงินมาวางศาลเป็นค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200,000 บาท กับค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยที่ 1 จะต้องใช้แทนโจทก์อีก 250,970 บาท แต่จำนวนเงินดังกล่าวไม่น่าจะถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากนักสำหรับจำเลยที่ 1 ทั้งก่อนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เป็นครั้งที่ 5 นั้น ศาลชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 มาแล้วถึง 4 โดยในครั้งที่ 4 ศาลชั้นต้นได้อนุญาตขยายระยะเวลาให้จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยที่ 1 จึงมีเวลาจัดหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา คือ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2540 จนถึงวันดังกล่าวรวมเป็นเวลานานถึง 3 เดือนเศษ ซึ่งเป็นเวลามากพอที่จะหาเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้ นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของโจทก์โดยที่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้านเป็นอย่างอื่นว่าในช่วงเวลานั้นจำเลยที่ 1 ก็ยังคงประกอบธุรกิจการโรงแรมอยู่จึงน่าจะมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวด้วย ดังนั้นหากจำเลยที่ 1 จะขวนขวายจัดหาเงินค่าธรรมเนียม มาวางศาลก็น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 สามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกค้าต่างประเทศโอนเงินมาให้ตามที่อ้างมาในคำร้อง ตามพฤติการณ์น่าจะเป็นข้ออ้างเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้าเท่านั้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 23 ในอันที่จะให้ศาลมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้อีก

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 5 ฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2541 ของจำเลยที่ 1
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001168.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543