คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2543 ฉบับเต็ม

#99235
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2543 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายบุญชูหรือชู ภูผิวฟ้า จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 335, มาตรา 336 ทวิ จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถในระยะห่างประมาณ 3 เมตร หลังจากตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจเปิดปิดเครื่องยนต์เข้าองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป" แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์มาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุและหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 83, 91, 335, 336 ทวิ, 358 ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น - 1041 อำนาจเจริญ กรรไกรคีมตัดเหล็กและไขควงปากแบนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 358 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพียงแต่ถูกตัดสายไฟยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากที่จอด จึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์นั้น ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างจากคอกเก็บรถจักรยานยนต์ประมาณ 3 เมตร และตามภาพถ่ายนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ก็ระบุว่า ผู้ต้องหาแสดงท่าตอนร่วมกับนายพวงที่หลบหนีนำรถเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถหลังจากกุญแจล็อกคอรถหักและตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจปิดเปิดเครื่องยนต์แล้ว นำห่างออกมาจากคอกเก็บประมาณ 3 เมตรเศษ อันเป็นองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป" แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ มานั้น เห็นว่า คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อมาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถของจำเลยดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง? (ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สบโชค สุขารมณ์) ศาลจังหวัดยโสธร - นางสาวสุวนี นภาภาค ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธ์ ละอองมณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99235
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นางสาวสุวนี นภาภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุรพันธ์ ละอองมณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070600"
    }
}
date
2543
deka_no
7007/2543
deka_running_no
7007
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 335",
            "ม. 336 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญชูหรือชู ภูผิวฟ้า"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 83, 91, 335, 336 ทวิ, 358 ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น - 1041 อำนาจเจริญ กรรไกรคีมตัดเหล็กและไขควงปากแบนของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 358

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพียงแต่ถูกตัดสายไฟยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากที่จอด จึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์นั้น ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างจากคอกเก็บรถจักรยานยนต์ประมาณ 3 เมตร และตามภาพถ่ายนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ก็ระบุว่า ผู้ต้องหาแสดงท่าตอนร่วมกับนายพวงที่หลบหนีนำรถเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถหลังจากกุญแจล็อกคอรถหักและตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจปิดเปิดเครื่องยนต์แล้ว นำห่างออกมาจากคอกเก็บประมาณ 3 เมตรเศษ อันเป็นองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป" แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 แล้ว

ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ มานั้น เห็นว่า คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อมาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถของจำเลยดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง เท่านั้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง?
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001168.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543