คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6789 -ที่ 6790/2544 ฉบับเต็ม

#99239
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6789 - 6790/2544 นายบุญส่ง ดิถีเพ็ง กับพวก โจทก์ การเคหะแห่งชาติ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 171, มาตรา 572 ตามสัญญาเช่าซื้อระบุว่า ผู้ให้เช่าซื้อตกลงให้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อตกลงเช่าซื้อทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่าซื้อจัดสร้างขึ้นอันประกอบด้วยห้องแฟลต ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตตั้งอยู่ ที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลต หลังที่ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่ ตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวได้ให้คำจำกัดความคำว่า "ทรัพย์ส่วนกลาง" ไว้ว่าหมายถึง ส่วนต่าง ๆ ของอาคารแฟลตภายนอกห้องแฟลต รวมทั้งส่วนควบอุปกรณ์ภายนอกห้องแฟลตของอาคารแฟลตหลังนั้นที่ผู้เช่าซื้อใช้ร่วมกัน เช่น หลังคา บันได ระเบียง ทางเดินเข้าห้องแฟลต ประปา ไฟฟ้า ภายนอกห้องแฟลต ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งคำว่า ฯลฯ เป็นต้น ย่อมมีความหมายว่านอกจากทรัพย์ที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้วยังหมายถึงทรัพย์อย่างอื่นที่มีลักษณะในการใช้สอยทำนองเดียวกันด้วย ฉะนั้น โรงจอดรถมีหลังคา อาคารสำนักงานชุมชนและสระว่ายน้ำ หาใช่ทรัพย์ที่มีลักษณะการใช้สอยทำนองเดียวกันกับทรัพย์ข้างต้นไม่ ส่วนคำว่าที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลต ข้อความในสัญญาเช่าซื้อได้ระบุชัดเจนว่า หมายถึง ที่ดินเฉพาะเนื้อที่ที่อาคารแฟลตทั้งหลังตั้งอยู่ซึ่งหมายความว่าเฉพาะที่ดินที่เป็นที่ตั้งอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่เท่านั้น ไม่รวมที่ดินส่วนอื่นๆด้วย ดังนั้น อาคารจอดรถมีหลังคา สำนักงานที่ทำ การชุมชน และสระว่ายน้ำรวมทั้งที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งทรัพย์ดังกล่าว ไม่ใช่ทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อ แต่เป็นทรัพย์ที่จำเลยมีหน้าที่จัดให้มีตามที่โฆษณาไว้เท่านั้น โจทก์จึงฟ้องบังคับจำเลยให้จดทะเบียนทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนกลางของ อาคารชุดที่เช่าซื้อไม่ได้ ___________________________ คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๕ ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๕ และเรียกโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓๐ ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ ๖ ถึงที่ ๓๕ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นทำนองเดียวกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑, ๑๑๔๓๘๑, ๑๑๔๓๘๒ และ ๑๑๔๓๘๓ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนอาคารชุด ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองให้ จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหากไม่สามารถบังคับได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๔ และโจทก์ที่ ๖ ถึงที่ ๓๕ เป็นเงินคนละ ๑๖๑,๘๔๙.๓๕ บาท และแก่โจทก์ที่ ๕ เป็นเงิน ๔๓๖,๒๙๒.๗๘ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องถึงวันชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑ และ ๑๑๔๓๘๑ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติให้ ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ คำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสามสิบห้าและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ นำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑ และ ๑๑๔๓๘๑ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนที่เป็นที่ตั้งโรงงานกำจัดน้ำเสียไปจดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนา หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ โดยให้จำเลยที่ ๑ ออกค่าใช้จ่ายใน การจดทะเบียนอาคารชุดดังกล่าว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งสามสิบห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามสิบห้าว่า โรงจอดรถมีหลังคา อาคารสำนักงานที่ทำการชุมชน และสระว่ายน้ำพร้อมที่ดินที่เป็นที่ตั้งเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารระหว่างโจทก์ทั้งสามสิบห้ากับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อระหว่างฝ่ายโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ระบุว่าผู้ให้เช่าซื้อตกลงให้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อตกลงเช่าซื้อทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่าซื้อจัดสร้างขึ้น ตามโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาประกอบด้วยห้องแฟลต ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตตั้งอยู่ ที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่ ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวได้ให้คำจำกัดความคำว่า "ทรัพย์ส่วนกลาง" ไว้ว่า "หมายถึงส่วนต่าง ๆ ของอาคารแฟลตภายนอกห้องแฟลต รวมทั้งส่วนควบอุปกรณ์ภายนอกห้องแฟลตของ อาคารแฟลตหลังนั้น ที่ผู้เช่าซื้อใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่นหลังคาบันได ระเบียง ทางเดินเข้าห้องแฟลต ประปา ไฟฟ้า ภายนอกห้องแฟลต ฯลฯ เป็นต้น?" และให้คำจำกัดความของที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลตว่าหมายถึงที่ดินเฉพาะเนื้อที่ที่อาคารแฟลตทั้งหลังตั้งอยู่? ตามข้อตกลงดังกล่าวแสดงว่าทรัพย์ส่วนกลางหมายถึง ส่วนต่าง ๆ ของอาคารแฟลตภายนอกห้องแฟลตรวมทั้งส่วนควบอุปกรณ์ภายนอกห้องแฟลตที่ผู้เช่าซื้อใช้ร่วมกัน เช่น หลังคา บันได ระเบียง ทางเดินเข้าห้องแฟลต ประปา ไฟฟ้า ภายนอกห้องแฟลต ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งคำว่า ฯลฯ เป็นต้น ย่อมมีความหมายว่านอกจากทรัพย์ที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้วยังหมายถึงทรัพย์อย่างอื่นอันมีลักษณะในการใช้สอยทำนองเดียวกันด้วย ฉะนั้นโรงจอดรถมีหลังคา อาคารสำนักงานชุมชน และสระว่ายน้ำ หาใช่ทรัพย์ที่มีลักษณะการใช้สอยทำนองเดียวกับทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นไม่ ส่วนคำว่าที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลต ข้อความในสัญญาเช่าซื้อระบุไว้ชัดเจนว่าหมายถึง ที่ดินเฉพาะเนื้อที่ที่อาคารแฟลตทั้งหลังตั้งอยู่ซึ่งหมายความว่าเฉพาะที่ดินที่เป็นที่ตั้งอาคารแฟลตหลังที่ ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่เท่านั้น ไม่รวมที่ดินส่วนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น อาคารจอดรถมีหลังคา สำนักงานที่ทำการชุมชนและสระว่ายน้ำรวมทั้งที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งทรัพย์ดังกล่าว ไม่ใช่ทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อ แต่เป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่จัดให้มีตามที่โฆษณาไว้เท่านั้น โจทก์ทั้งสามสิบห้าจึงฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ให้จดทะเบียนทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาไม่ได้ พิพากษายืน. (วิบูลย์ มีอาสา-สุวัตร์ สุขเกษม-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ศาลแพ่ง - นายชวลิต ยงพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99239
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชวลิต ยงพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062241"
    }
}
date
2544
deka_no
6790/2544
deka_running_no
6790
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "สุวัตร์ สุขเกษม",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 171",
            "ม. 572"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุญส่ง ดิถีเพ็ง กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การเคหะแห่งชาติ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๕ ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๕ และเรียกโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓๐ ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ ๖ ถึงที่ ๓๕

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นทำนองเดียวกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑, ๑๑๔๓๘๑, ๑๑๔๓๘๒ และ ๑๑๔๓๘๓ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนอาคารชุด ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองให้ จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหากไม่สามารถบังคับได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๔ และโจทก์ที่ ๖ ถึงที่ ๓๕ เป็นเงินคนละ ๑๖๑,๘๔๙.๓๕ บาท และแก่โจทก์ที่ ๕ เป็นเงิน ๔๓๖,๒๙๒.๗๘ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องถึงวันชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑ และ ๑๑๔๓๘๑ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ปฏิบัติให้ ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ คำขออื่นให้ยก

โจทก์ทั้งสามสิบห้าและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ นำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๒๑ และ ๑๑๔๓๘๑ ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอพญาไท (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนที่เป็นที่ตั้งโรงงานกำจัดน้ำเสียไปจดทะเบียนอาคารชุดตาม พ.ร.บ. อาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนา หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ โดยให้จำเลยที่ ๑ ออกค่าใช้จ่ายใน การจดทะเบียนอาคารชุดดังกล่าว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒

โจทก์ทั้งสามสิบห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามสิบห้าว่า โรงจอดรถมีหลังคา อาคารสำนักงานที่ทำการชุมชน และสระว่ายน้ำพร้อมที่ดินที่เป็นที่ตั้งเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารระหว่างโจทก์ทั้งสามสิบห้ากับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อระหว่างฝ่ายโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ระบุว่าผู้ให้เช่าซื้อตกลงให้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อตกลงเช่าซื้อทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่าซื้อจัดสร้างขึ้น ตามโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาประกอบด้วยห้องแฟลต ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตตั้งอยู่ ที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลตหลังที่ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่ ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวได้ให้คำจำกัดความคำว่า "ทรัพย์ส่วนกลาง" ไว้ว่า "หมายถึงส่วนต่าง ๆ ของอาคารแฟลตภายนอกห้องแฟลต รวมทั้งส่วนควบอุปกรณ์ภายนอกห้องแฟลตของ อาคารแฟลตหลังนั้น ที่ผู้เช่าซื้อใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่นหลังคาบันได ระเบียง ทางเดินเข้าห้องแฟลต ประปา ไฟฟ้า ภายนอกห้องแฟลต ฯลฯ เป็นต้น?" และให้คำจำกัดความของที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลตว่าหมายถึงที่ดินเฉพาะเนื้อที่ที่อาคารแฟลตทั้งหลังตั้งอยู่? ตามข้อตกลงดังกล่าวแสดงว่าทรัพย์ส่วนกลางหมายถึง ส่วนต่าง ๆ ของอาคารแฟลตภายนอกห้องแฟลตรวมทั้งส่วนควบอุปกรณ์ภายนอกห้องแฟลตที่ผู้เช่าซื้อใช้ร่วมกัน เช่น หลังคา บันได ระเบียง ทางเดินเข้าห้องแฟลต ประปา ไฟฟ้า ภายนอกห้องแฟลต ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งคำว่า ฯลฯ เป็นต้น ย่อมมีความหมายว่านอกจากทรัพย์ที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้วยังหมายถึงทรัพย์อย่างอื่นอันมีลักษณะในการใช้สอยทำนองเดียวกันด้วย ฉะนั้นโรงจอดรถมีหลังคา อาคารสำนักงานชุมชน และสระว่ายน้ำ หาใช่ทรัพย์ที่มีลักษณะการใช้สอยทำนองเดียวกับทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นไม่ ส่วนคำว่าที่ดินที่ตั้งอาคารแฟลต ข้อความในสัญญาเช่าซื้อระบุไว้ชัดเจนว่าหมายถึง ที่ดินเฉพาะเนื้อที่ที่อาคารแฟลตทั้งหลังตั้งอยู่ซึ่งหมายความว่าเฉพาะที่ดินที่เป็นที่ตั้งอาคารแฟลตหลังที่ ห้องแฟลตที่เช่าซื้อตั้งอยู่เท่านั้น ไม่รวมที่ดินส่วนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น อาคารจอดรถมีหลังคา สำนักงานที่ทำการชุมชนและสระว่ายน้ำรวมทั้งที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งทรัพย์ดังกล่าว ไม่ใช่ทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อ แต่เป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่จัดให้มีตามที่โฆษณาไว้เท่านั้น โจทก์ทั้งสามสิบห้าจึงฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ให้จดทะเบียนทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดโครงการเคหะชุมชนพิบูลวัฒนาไม่ได้

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001093.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6789 -
year
2544