คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2544 ฉบับเต็ม

#99270
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายไพฑูรย์ สุวรรณภูมิ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 4 (3), มาตรา 32 (2), มาตรา 70 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4 (3) บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมง หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสาหลัก หรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้น เรือยนต์และอวนลากแขกจึงเป็นเครื่องมือทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้โดยเด็ดขาด เรือยนต์และอวนลากแขกที่จำเลยใช้ทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 32 (2) ซึ่งต้องริบตามมาตรา 70 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒, ๖๐, ๖๕, ๖๙, ๗๐, ๗๑ ประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ ป.อ. มาตรา ๓๓, ๘๓ ริบของกลาง จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒ (๒), ๖๕ จำคุกคนละ ๒ เดือน ปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบสัตว์น้ำของกลาง คำขออื่นยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลาก ๒ ปาก โดยอธิบดีอัยการเขต ๒ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปากเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า เรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปาก ของกลางคดีนี้มิใช่เครื่องมือทำการประมง ศาลไม่มีอำนาจสั่งริบนั้น เห็นว่า พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔ (๓) บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมง หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสา หลัก หรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้น เรือยนต์และอวนลากแขกของกลางคดีนี้จึงเป็นเครื่องทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้ โดยเด็ดขาด จำเลยได้ใช้เรือยนต์และอวนลากแขกทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา ๓๒ (๒) ซึ่งต้องริบตามมาตรา ๗๐ แห่ง พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ สั่งริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปาก ของกลางนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-อภิชาต สุขัคคานนท์) ศาลแขวงชลบุรี - นายอาคม นิตยากรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมนึก สุขะมงคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99270
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นายอาคม นิตยากรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมนึก สุขะมงคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065924"
    }
}
date
2544
deka_no
2110/2544
deka_running_no
2110
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 4 (3)",
            "ม. 32 (2)",
            "ม. 70"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไพฑูรย์ สุวรรณภูมิ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒, ๖๐, ๖๕, ๖๙, ๗๐, ๗๑ ประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในท้องที่จังหวัดชลบุรี ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ ป.อ. มาตรา ๓๓, ๘๓ ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒ (๒), ๖๕ จำคุกคนละ ๒ เดือน ปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบสัตว์น้ำของกลาง คำขออื่นยก

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลาก ๒ ปาก โดยอธิบดีอัยการเขต ๒ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปากเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า เรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปาก ของกลางคดีนี้มิใช่เครื่องมือทำการประมง ศาลไม่มีอำนาจสั่งริบนั้น เห็นว่า พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔ (๓) บัญญัติว่า "เครื่องมือทำการประมง หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ ส่วนประกอบ อาวุธ เสา หลัก หรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง" ดังนั้น เรือยนต์และอวนลากแขกของกลางคดีนี้จึงเป็นเครื่องทำการประมง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลากคานถ่างหรืออวนลากแขกที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงในเขตที่ระบุไว้ โดยเด็ดขาด จำเลยได้ใช้เรือยนต์และอวนลากแขกทำการประมงในเขตดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา ๓๒ (๒) ซึ่งต้องริบตามมาตรา ๗๐ แห่ง พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ สั่งริบเรือยนต์ ๑ ลำ และอวนลากแขก ๒ ปาก ของกลางนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001126.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544