คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2545 ฉบับเต็ม

#99283
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2545 บริษัทปัตตานีเจริญเทรดดิ้ง (1972) จำกัด โจทก์ บริษัทยะลาไพบูลย์กิจ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248, มาตรา 249 ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีเพียงค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 กำหนดเพิ่มให้ แก่โจทก์เป็นเงิน 112,200 บาท เท่านั้น เมื่อไม่เกิน 200,000 บาท จึงห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าผิดสัญญาเช่าซื้อ ๒,๐๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๙๖,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๗,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่ เช่าซื้อทั้ง ๖ คัน เป็นเงิน ๓๓๗,๘๐๐ บาท กับค่าขาดราคารถยนต์ที่เช่าซื้อทั้ง ๖ คัน เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓๙๖,๖๐๐ บาท (ที่ถูกรวมเป็นเงิน ๓๙๗,๘๐๐) ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น เท่ากับจำเลยทั้งสอง ยินยอมที่จะชำระค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อ และค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เฉพาะค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อโดยกำหนดให้เป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นกำหนดให้เหมาะสมแล้ว จำเลยที่ ๒ ฎีกาทุนทรัพย์ที่พิพาทใน ชั้นฎีกาจึงมีเพียงค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค ๙ กำหนดเพิ่มให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๑๒,๒๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จะฎีกาโดยถือเอาจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาหาได้ไม่ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ โดยสามารถนำไปให้บุคคลอื่นเช่าหรือจะให้เช่าได้ทุกเดือน จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์นั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า รถยนต์ที่เช่าซื้อเสื่อมสภาพไปกว่าการใช้งานปกติ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดชำระค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อคันละ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท นั้น ปัญหานี้จำเลยที่ ๒ มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๒ คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ ๒ ค่าทนายความชั้นฎีกา ให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-ไพศาล เจริญวุฒิ-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล) ศาลจังหวัดสงขลา - นางวิรา ณ พิกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99283
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นางวิรา ณ พิกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054418"
    }
}
date
2545
deka_no
2695/2545
deka_running_no
2695
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทปัตตานีเจริญเทรดดิ้ง (1972) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทยะลาไพบูลย์กิจ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าผิดสัญญาเช่าซื้อ ๒,๐๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๙๖,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๗,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่ เช่าซื้อทั้ง ๖ คัน เป็นเงิน ๓๓๗,๘๐๐ บาท กับค่าขาดราคารถยนต์ที่เช่าซื้อทั้ง ๖ คัน เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓๙๖,๖๐๐ บาท (ที่ถูกรวมเป็นเงิน ๓๙๗,๘๐๐) ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น เท่ากับจำเลยทั้งสอง ยินยอมที่จะชำระค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อ และค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เฉพาะค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อโดยกำหนดให้เป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นกำหนดให้เหมาะสมแล้ว จำเลยที่ ๒ ฎีกาทุนทรัพย์ที่พิพาทใน ชั้นฎีกาจึงมีเพียงค่าขาดประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค ๙ กำหนดเพิ่มให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๑๒,๒๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จะฎีกาโดยถือเอาจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาหาได้ไม่ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ โดยสามารถนำไปให้บุคคลอื่นเช่าหรือจะให้เช่าได้ทุกเดือน จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์นั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า รถยนต์ที่เช่าซื้อเสื่อมสภาพไปกว่าการใช้งานปกติ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดชำระค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อคันละ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท นั้น ปัญหานี้จำเลยที่ ๒ มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๒ คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ ๒ ค่าทนายความชั้นฎีกา ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001022.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545