คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2743/2545 ฉบับเต็ม

#99298
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2743/2545 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิริเจริญพร กับพวก ป.วิ.พ. มาตรา 23 คำว่า "เหตุสุดวิสัย" ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 หมายถึง เหตุซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะขอขยายระยะเวลาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้ แม้ทนายจำเลยที่ 1 เจ็บป่วยกะทันหัน แต่ยังมีจำเลยที่ 1 ที่สามารถยื่นคำร้อง ขอขยายระยะเวลาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ความเจ็บป่วยของทนายจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เหตุสุดวิสัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๕,๘๕๒,๗๕๘.๙๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๗,๘๘๕,๓๖๙.๘๕ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๑๕๘๙, ๔๑๕๙๐, ๔๑๕๙๑ และ ๒๗๙๐๐ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงิน มาชำระหนี้จนครบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๑ มีเงินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ได้จึงไม่เป็นคนยากจน ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้า ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยที่ ๑ ป่วย ทำให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ทันภายในกำหนด ขอให้ศาลชั้นต้น รับอุทธรณ์คำสั่งหรืออนุญาตให้ทำอุทธรณ์คำสั่งยื่นต่อศาลใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ให้จำเลยที่ ๑ วางค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า คดีนี้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๓ จำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๓ ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลา ๗ วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ขอให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่งเดิมหรืออนุญาตให้ทำอุทธรณ์ คำสั่งยื่นต่อศาลใหม่โดยอ้างเหตุทนายจำเลยที่ ๑ ป่วยเป็นไข้หลอดลมอักเสบ ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ความเจ็บป่วยของทนายจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่จำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ หรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายหรือศาลกำหนดไว้ แต่การขยายหรือย่นเวลาเช่นว่านี้ให้กระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย คำว่า เหตุสุดวิสัย ตามบทกฎหมายดังกล่าว หมายถึงเหตุที่ทำให้ศาลไม่สามารถมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาหรือคู่ความไม่สามารถมีคำขอเช่นนั้นขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้ทนายจำเลยที่ ๑ จะเจ็บป่วยกะทันหันในช่วงวันที่ ๒๔ ถึง ๒๘ กันยายน ๒๕๔๓ ตามที่อ้างในคำร้องก็ตาม แต่ยังมีจำเลยที่ ๑ ที่สามารถมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ความเจ็บป่วยของทนายจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่เป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ชวลิต ตุลยสิงห์-ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-สมชาย จุลนิติ์) ศาลจังหวัดนครปฐม - นางสาวมาลัย สมานธารณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายประพาฬ อนมาน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99298
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นางสาวมาลัย สมานธารณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายประพาฬ อนมาน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054315"
    }
}
date
2545
deka_no
2743/2545
deka_running_no
2743
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "ดวงมาลย์ ศิลปอาชา",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิริเจริญพร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๕,๘๕๒,๗๕๘.๙๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๗,๘๘๕,๓๖๙.๘๕ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๑๕๘๙, ๔๑๕๙๐, ๔๑๕๙๑ และ ๒๗๙๐๐ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงิน มาชำระหนี้จนครบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๑ มีเงินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ได้จึงไม่เป็นคนยากจน ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้า ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑

จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยที่ ๑ ป่วย ทำให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ทันภายในกำหนด ขอให้ศาลชั้นต้น รับอุทธรณ์คำสั่งหรืออนุญาตให้ทำอุทธรณ์คำสั่งยื่นต่อศาลใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ให้จำเลยที่ ๑ วางค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า คดีนี้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๓ จำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๓ ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลา ๗ วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ขอให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่งเดิมหรืออนุญาตให้ทำอุทธรณ์ คำสั่งยื่นต่อศาลใหม่โดยอ้างเหตุทนายจำเลยที่ ๑ ป่วยเป็นไข้หลอดลมอักเสบ ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า ความเจ็บป่วยของทนายจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่จำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ หรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายหรือศาลกำหนดไว้ แต่การขยายหรือย่นเวลาเช่นว่านี้ให้กระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย คำว่า เหตุสุดวิสัย ตามบทกฎหมายดังกล่าว หมายถึงเหตุที่ทำให้ศาลไม่สามารถมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาหรือคู่ความไม่สามารถมีคำขอเช่นนั้นขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้ทนายจำเลยที่ ๑ จะเจ็บป่วยกะทันหันในช่วงวันที่ ๒๔ ถึง ๒๘ กันยายน ๒๕๔๓ ตามที่อ้างในคำร้องก็ตาม แต่ยังมีจำเลยที่ ๑ ที่สามารถมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ความเจ็บป่วยของทนายจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่เป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001021.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545