คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2545 ฉบับเต็ม

#99308
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2545 พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นายไชยวัฒน์ ชื่นชีพ จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 34 ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ป.อ. มาตรา 33 ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายด้วยประการใด ๆ ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้ประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ ฯ มาตรา 34 นั้น สาระสำคัญในการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน แผ่นวีดีโอซีดีของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลจะพึงมีอำนาจสั่งริบได้ ตาม ป.อ. มาตรา 33 และประเด็นนี้เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบแผ่นวีดีโอซีดีดังกล่าวมาในคำฟ้อง แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔ , ๖ , ๘ , ๑๕ , ๒๘ , ๓๑ , ๗๐ , ๗๕ , ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๙๑ , ๒๘๗ (๑) พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ , ๖ , ๗ , ๓๔ ให้แผ่นซีดีเพลง แผ่นวิดีโอ ซีดีคาราโอเกะของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน ๔ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ สั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และริบแผ่นวิดีโอซีดีอันเป็นภาพยนตร์ลามกจำนวน ๒๔ แผ่น กับแผ่นวิดีโอซีดีซึ่งเป็นเทปวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้ผ่านการตรวจการพิจารณาและไม่ได้แสดงตราหมายเลขรหัสจำนวน ๕๓ แผ่น ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ , ๗๐ วรรคสอง พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖ , ๓๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยอายุ ๑๖ ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ให้กึ่งหนึ่ง จึงลงโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ปรับ ๒๕,๐๐๐ บาท ฐานเพื่อประโยชน์ทางการค้ามีไว้ซึ่งวัตถุลามก ปรับ ๕๐๐ บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวมโทษทุกกระทงความผิดเป็นปรับ ๒๗,๕๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๓,๗๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ให้ซีดีเพลงของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามฟ้องข้อ ๒ (ก) จำนวน ๔ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบวัตถุลามกของกลาง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยพนักงานอัยการซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า สมควรริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้คำฟ้องของโจทก์มีคำขอให้ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น มาด้วย แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ (๙) ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาก่อน และเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยประกอบกิจการธุรกิจจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (แผ่นวิดีโอซีดี) โดยตั้งร้านจำหน่ายแผ่นวิดีโอซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้แผ่นวิดีโอซีดีซึ่งเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์จำนวน ๕๓ แผ่น ที่จำเลยมีไว้ในการประกอบกิจการเป็นของกลาง ดังนี้ ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายด้วยประการใด ๆ ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยได้ประโยชน์ตอบแทน โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น สาระสำคัญในการกระทำผิดอยู่ที่จำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน แผ่นวิดีโอซีดีของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลจะพึงมีอำนาจสั่งริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ จึงไม่ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น ? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ (๑) ไม่ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น. (ประชา ประสงค์จรรยา-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวิชัย อริยะนันทกะ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99308
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายวิชัย อริยะนันทกะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054978"
    }
}
date
2545
deka_no
2205/2545
deka_running_no
2205
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 34"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186 (9)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไชยวัฒน์ ชื่นชีพ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔ , ๖ , ๘ , ๑๕ , ๒๘ , ๓๑ , ๗๐ , ๗๕ , ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๙๑ , ๒๘๗ (๑) พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ , ๖ , ๗ , ๓๔ ให้แผ่นซีดีเพลง แผ่นวิดีโอ ซีดีคาราโอเกะของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน ๔ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ สั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และริบแผ่นวิดีโอซีดีอันเป็นภาพยนตร์ลามกจำนวน ๒๔ แผ่น กับแผ่นวิดีโอซีดีซึ่งเป็นเทปวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้ผ่านการตรวจการพิจารณาและไม่ได้แสดงตราหมายเลขรหัสจำนวน ๕๓ แผ่น ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ , ๗๐ วรรคสอง พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖ , ๓๔ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยอายุ ๑๖ ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ให้กึ่งหนึ่ง จึงลงโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ปรับ ๒๕,๐๐๐ บาท ฐานเพื่อประโยชน์ทางการค้ามีไว้ซึ่งวัตถุลามก ปรับ ๕๐๐ บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวมโทษทุกกระทงความผิดเป็นปรับ ๒๗,๕๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๓,๗๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ ให้ซีดีเพลงของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามฟ้องข้อ ๒ (ก) จำนวน ๔ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบวัตถุลามกของกลาง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยพนักงานอัยการซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายรับรองให้อุทธรณ์

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า สมควรริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้คำฟ้องของโจทก์มีคำขอให้ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น มาด้วย แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ (๙) ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาก่อน และเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยประกอบกิจการธุรกิจจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (แผ่นวิดีโอซีดี) โดยตั้งร้านจำหน่ายแผ่นวิดีโอซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้แผ่นวิดีโอซีดีซึ่งเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์จำนวน ๕๓ แผ่น ที่จำเลยมีไว้ในการประกอบกิจการเป็นของกลาง ดังนี้ ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายด้วยประการใด ๆ ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยได้ประโยชน์ตอบแทน โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น สาระสำคัญในการกระทำผิดอยู่ที่จำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน แผ่นวิดีโอซีดีของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลจะพึงมีอำนาจสั่งริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ จึงไม่ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น ?

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) พระราชบัญญัติปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามก พ.ศ. ๒๔๗๑ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ (๑) ไม่ริบแผ่นวิดีโอซีดีของกลางจำนวน ๕๓ แผ่น.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001027.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545