คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2545 ฉบับเต็ม

#99309
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2545 บริษัทนิยมพานิช จำกัด โจทก์ นายธำรง ทะพิงค์แก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 574 วรรคแรก ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ, มาตรา 243 (1), มาตรา 247 ข้อสัญญาระบุว่า กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันทีโดยโจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งข้อสัญญาดังกล่าวแม้จะมีข้อความแตกต่างจากบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด และคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมีเพียง 32,345 บาท การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอาจมีผลทำให้คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเห็นควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าวจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบเครื่องปรับอากาศยี่ห้อฮิตาชิที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๓๒,๓๔๕ บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของราคาดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์บอกเลิกสัญญาขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบ การเอาทรัพย์สินของโจทก์ออกให้เช่าซื้อโจทก์บวกดอกเบี้ยล่วงหน้า แล้ว การที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอีกนั้นเป็นการเรียกดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยส่วนนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๑ บริษัทพี มูฟวิ่ง อินเตอร์ทรานสปอร์ต จำกัด ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศ ราคา ๕๓,๘๙๒ บาท จากโจทก์ ชำระเงินวันทำสัญญา ๙,๙๐๐ บาท ที่เหลือผ่อนชำระภายในวันที่ ๒๐ ของทุกเดือน เดือนละงวด งวดละ ๑,๘๓๓ บาท รวม ๒๔ งวด เริ่มผ่อนชำระงวดแรกวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๑ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที โดยจำเลยทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากทำสัญญาจำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ ๖ งวด จำนวน ๑๑,๖๔๗ บาท และผิดนัดไม่ชำระให้อีก โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้จำเลยส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามที่สัญญาระบุว่า กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใด ให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที โดยโจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า แม้ข้อสัญญาดังกล่าวจะมีข้อความแตกต่างจากบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้ ส่วนหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๒ ที่โจทก์มีไปถึงผู้เช่าซื้อนั้นก็เป็นการแสดงเจตนายืนยันว่าโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้โอกาสผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่หรือนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์ภายใน ๓ วันเท่านั้น หาทำให้สัญญาเช่าซื้อซึ่งเลิกไปแล้วกลับมีผลใช้บังคับกันได้อีกแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของโจทก์ไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมีเพียง ๓๒,๓๔๕ บาท การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอาจมีผลทำให้คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเห็นควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าวจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๑) ประกอบมาตรา ๒๔๗ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. (ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-ไพศาล เจริญวุฒิ-วิรัช ลิ้มวิชัย) ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายจุมพล เชาวลิต ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99309
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงเชียงใหม่",
        "judge": "นายจุมพล เชาวลิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054518"
    }
}
date
2545
deka_no
2631/2545
deka_running_no
2631
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 574 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ",
            "ม. 243 (1)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนิยมพานิช จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธำรง ทะพิงค์แก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบเครื่องปรับอากาศยี่ห้อฮิตาชิที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๓๒,๓๔๕ บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของราคาดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์บอกเลิกสัญญาขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบ การเอาทรัพย์สินของโจทก์ออกให้เช่าซื้อโจทก์บวกดอกเบี้ยล่วงหน้า แล้ว การที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอีกนั้นเป็นการเรียกดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยส่วนนี้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๑ บริษัทพี มูฟวิ่ง อินเตอร์ทรานสปอร์ต จำกัด ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศ ราคา ๕๓,๘๙๒ บาท จากโจทก์ ชำระเงินวันทำสัญญา ๙,๙๐๐ บาท ที่เหลือผ่อนชำระภายในวันที่ ๒๐ ของทุกเดือน เดือนละงวด งวดละ ๑,๘๓๓ บาท รวม ๒๔ งวด เริ่มผ่อนชำระงวดแรกวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๑ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที โดยจำเลยทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากทำสัญญาจำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ ๖ งวด จำนวน ๑๑,๖๔๗ บาท และผิดนัดไม่ชำระให้อีก โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้จำเลยส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามที่สัญญาระบุว่า กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใด ให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที โดยโจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า แม้ข้อสัญญาดังกล่าวจะมีข้อความแตกต่างจากบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้ ส่วนหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๒ ที่โจทก์มีไปถึงผู้เช่าซื้อนั้นก็เป็นการแสดงเจตนายืนยันว่าโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้โอกาสผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่หรือนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์ภายใน ๓ วันเท่านั้น หาทำให้สัญญาเช่าซื้อซึ่งเลิกไปแล้วกลับมีผลใช้บังคับกันได้อีกแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของโจทก์ไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมีเพียง ๓๒,๓๔๕ บาท การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอาจมีผลทำให้คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเห็นควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าวจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๑) ประกอบมาตรา ๒๔๗

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001023.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545