คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2545 ฉบับเต็ม

#99312
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2545 องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โจทก์ นายสำราญหรือรัตน์ติกรณ์ ปัญญาครอง ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 425, มาตรา 426 นายจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้ นายจ้างจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวคืนจากลูกจ้างได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 426 นายบุญธรรมผู้ตายเป็นลูกจ้างโจทก์ขับรถส่งสินค้าโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเสียหาย ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔,๐๗๙,๑๗๑.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นองค์การของรัฐมีวัตถุประสงค์รับขนส่งสินค้า นายบุญธรรม ปัญญาครอง เป็นลูกจ้างโจทก์ ได้สมัครเข้าทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ปรากฏตามใบสมัครงานเอกสารหมาย จ.๑ นายบุญธรรมถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ปรากฏตามมรณะบัตรเอกสารหมาย จ.๒ จำเลยทั้งสามเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายปรากฏตามคำร้องขอรับเงินของทายาทเอกสารหมาย จ.๓ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๗ ผู้ตายขับรถบรรทุกเครื่องทำน้ำตาลจากคลองเตยไปจังหวัดชัยภูมิ ผู้ตายประมาททำให้ของที่บรรทุกตกลงมาเสียหาย ผู้ว่าจ้างได้ฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ได้ชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาไปแล้วเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๕ หนี้รายนี้โจทก์ให้ผู้ตายร่วมรับผิดเป็นเงิน ๖๗๒,๘๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๖ ผู้ตายผ่อนชำระแล้วบางส่วนคงเหลือหนี้อยู่ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๖ ผู้ตายขับรถส่งสินค้าโดยประมาททำให้สินค้าเครื่องทำน้ำเย็นตกลงมาจากรถได้รับความเสียหาย ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๘ ต่อมาผู้เสียหายได้ฟ้องโจทก์และผู้ตายต่อศาลแพ่ง ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้หนี้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์คดีนี้ยื่นอุทธรณ์ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ก่อนฟ้องโจทก์เรียกร้องให้นายปุ่น ศรีสุราช ผู้ค้ำประกันในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ นายปุ่นได้ชำระหนี้ให้โจทก์อีก ๑๐,๐๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ ผู้ตายมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและค่าจ้างเดือนสุดท้าย โจทก์ได้นำเงินดังกล่าวไปหักชำระหนี้เก่าแล้วปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๑ เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุตรและทายาทของผู้ตายชำระหนี้จำนวนดังกล่าวคืนโจทก์ได้ ส่วนหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์ยังมิได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทนายบุญธรรม ปัญญาครอง ผู้ตาย ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๕๓,๖๒๗.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ (วันฟ้อง) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ แต่ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสาม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายบุญธรรมผู้ตายร่วมกันชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่โจทก์หรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของนายบุญธรรมผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้นั้น โจทก์จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ชดใช้แก่บุคคลภายนอกไปแล้วคืนจากลูกจ้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-วีรพจน์ เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99312
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายประทีป อ่าววิจิตรกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053231"
    }
}
date
2545
deka_no
3373/2545
deka_running_no
3373
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "วีรพจน์ เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 425",
            "ม. 426"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสำราญหรือรัตน์ติกรณ์ ปัญญาครอง ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔,๐๗๙,๑๗๑.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามขาดนัดและขาดนัดพิจารณา

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นองค์การของรัฐมีวัตถุประสงค์รับขนส่งสินค้า นายบุญธรรม ปัญญาครอง เป็นลูกจ้างโจทก์ ได้สมัครเข้าทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ปรากฏตามใบสมัครงานเอกสารหมาย จ.๑ นายบุญธรรมถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ปรากฏตามมรณะบัตรเอกสารหมาย จ.๒ จำเลยทั้งสามเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายปรากฏตามคำร้องขอรับเงินของทายาทเอกสารหมาย จ.๓ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๗ ผู้ตายขับรถบรรทุกเครื่องทำน้ำตาลจากคลองเตยไปจังหวัดชัยภูมิ ผู้ตายประมาททำให้ของที่บรรทุกตกลงมาเสียหาย ผู้ว่าจ้างได้ฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ได้ชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาไปแล้วเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๕ หนี้รายนี้โจทก์ให้ผู้ตายร่วมรับผิดเป็นเงิน ๖๗๒,๘๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๖ ผู้ตายผ่อนชำระแล้วบางส่วนคงเหลือหนี้อยู่ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๖ ผู้ตายขับรถส่งสินค้าโดยประมาททำให้สินค้าเครื่องทำน้ำเย็นตกลงมาจากรถได้รับความเสียหาย ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๘ ต่อมาผู้เสียหายได้ฟ้องโจทก์และผู้ตายต่อศาลแพ่ง ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้หนี้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์คดีนี้ยื่นอุทธรณ์ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ก่อนฟ้องโจทก์เรียกร้องให้นายปุ่น ศรีสุราช ผู้ค้ำประกันในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ นายปุ่นได้ชำระหนี้ให้โจทก์อีก ๑๐,๐๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ ผู้ตายมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและค่าจ้างเดือนสุดท้าย โจทก์ได้นำเงินดังกล่าวไปหักชำระหนี้เก่าแล้วปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๑ เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุตรและทายาทของผู้ตายชำระหนี้จำนวนดังกล่าวคืนโจทก์ได้ ส่วนหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์ยังมิได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทนายบุญธรรม ปัญญาครอง ผู้ตาย ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๕๓,๖๒๗.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ (วันฟ้อง) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ แต่ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสาม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายบุญธรรมผู้ตายร่วมกันชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่โจทก์หรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของนายบุญธรรมผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้นั้น โจทก์จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ชดใช้แก่บุคคลภายนอกไปแล้วคืนจากลูกจ้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001012.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545