คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2545 ฉบับเต็ม

#99327
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2545 นายชาตรี ท่าควาย นายดำรงค์ พันธุนะ ป.พ.พ. มาตรา 653 เอกสารที่มีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและมีข้อความว่า " ข้าพเจ้า ด. เจ้าของรถได้นำรถจำนองไว้กับ ช. เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท" และลงลายมือชื่อไว้ ข้อความตามเอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป เอกสารดังกล่าวจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลหนี้อันเกิดจากการกู้ยืม จึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการก่อให้เกิดหนี้นั้นๆ อันจะฟ้องร้องขอให้บังคับคดีกันได้หรือไม่ โดยต้องพิเคราะห์แยกต่างหากจากการส่งมอบรถยนต์เป็นประกันอันเรียกว่า จำนำ เมื่อการกู้ยืมเงินนี้มีจำนวนเงินเกินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป แต่มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญแล้ว จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 653 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท กำหนดผ่อนชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระดอกเบี้ยเพียง ๕ เดือน และไม่ยอมชำระต้นเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๕๑,๒๗๓.๙๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๔ เป็นเอกสารที่มีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังของบุคคลชื่อนายดำรงค์ พันธุนะ และมีข้อความในที่ว่างขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้านายดำรงค์ พันธุนะ เจ้าของรถโตโยต้า โคโรน่า ทะเบียน ๕จ - ๓๐๒๗ ได้นำรถจำนองไว้กับนายชาตรี ท่าควาย เป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) และลงลายมือชื่อไว้ ซึ่งข้อความตามเอกสารหมาย จ.๔ ดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องไป เอกสารหมาย จ.๔ ดังกล่าวจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลหนี้อันเกิดจากการกู้ยืมเงิน จึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการก่อให้เกิดหนี้นั้นๆ อันจะฟ้องร้องขอให้บังคับคดีกันได้หรือไม่ โดยต้องพิเคราะห์แยกต่างหากจากการส่งมอบรถยนต์เป็นประกันอันเรียกว่า จำนำ เมื่อการกู้ยืมเงินนี้มีจำนวนเงินเกินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป แต่มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญแล้ว จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ เมื่อโจทก์ฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. นายสุมาศ อุดมจินดาสวัสดิ์ ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-พีรพล จันทร์สว่าง) ศาลแพ่ง - นายอนุชา ทองวงศ์สกุล ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99327
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอนุชา ทองวงศ์สกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055295"
    }
}
date
2545
deka_no
2051/2545
deka_running_no
2051
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "พีรพล จันทร์สว่าง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 653"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ท่าควาย",
        "name": "นายชาตรี"
    },
    {
        "role": "พันธุนะ",
        "name": "นายดำรงค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท กำหนดผ่อนชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระดอกเบี้ยเพียง ๕ เดือน และไม่ยอมชำระต้นเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๕๑,๒๗๓.๙๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๔ เป็นเอกสารที่มีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังของบุคคลชื่อนายดำรงค์ พันธุนะ และมีข้อความในที่ว่างขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้านายดำรงค์ พันธุนะ เจ้าของรถโตโยต้า โคโรน่า ทะเบียน ๕จ - ๓๐๒๗ ได้นำรถจำนองไว้กับนายชาตรี ท่าควาย เป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) และลงลายมือชื่อไว้ ซึ่งข้อความตามเอกสารหมาย จ.๔ ดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องไป เอกสารหมาย จ.๔ ดังกล่าวจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืม คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลหนี้อันเกิดจากการกู้ยืมเงิน จึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการก่อให้เกิดหนี้นั้นๆ อันจะฟ้องร้องขอให้บังคับคดีกันได้หรือไม่ โดยต้องพิเคราะห์แยกต่างหากจากการส่งมอบรถยนต์เป็นประกันอันเรียกว่า จำนำ เมื่อการกู้ยืมเงินนี้มีจำนวนเงินเกินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป แต่มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญแล้ว จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ เมื่อโจทก์ฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

นายสุมาศ อุดมจินดาสวัสดิ์ ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001030.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545