คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2545 ฉบับเต็ม

#99331
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2545 บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด โจทก์ นางสมบูรณ์ แพงพิศาล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 207 (เดิม) การที่โจทก์ยื่นฟ้องแล้วมีการส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้องแก่จำเลยตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นภูมิลำเนาตามกฎหมายโดยผลการส่งหมายได้ความจากมารดาจำเลยว่า บ้านจำเลยมีแต่บ้านเลขที่ทางทะเบียน ไม่มีตัวบ้านจึงไม่สามารถส่งหมายแก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนบ้านได้ ศาลจึงอนุญาตตามคำขอของโจทก์ให้ส่งโดยวิธีอื่นแทน โดยประกาศให้จำเลยยื่นคำให้การแก้คดีและแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์ กรณีดังกล่าวถือว่าได้มีการส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยเองก็ยอมรับในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่าจำเลยย้ายที่อยู่โดยไม่แจ้งย้ายภูมิลำเนาในทะเบียนบ้าน จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยยึดถือเอาถิ่นที่อยู่ใดเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามกฎหมาย เมื่อมีการประกาศหนังสือพิมพ์ให้จำเลยทราบวันยื่นคำให้การแก้คดีและวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยไม่ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ จึงถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ไม่อาจขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,847,326.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 24 ต่อปี ของต้นเงิน 5,137,876.88 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 5,137,876.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้องได้ถูกรื้อทิ้งไปก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้นานแล้ว ซึ่งโจทก์ทราบที่อยู่ของจำเลยในกรุงเทพมหานครตามที่ระบุไว้ในสัญญาระหว่างโจทก์จำเลย แต่จำเลยไม่ได้แจ้งย้ายทะเบียนบ้าน เมื่อพนักงานเดินหมายนำหมายไปส่งให้จำเลยที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องการส่งหมายเรียกให้จำเลยโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ก็เป็นการประกาศในหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจซึ่งไม่ได้มีจำหน่ายทั่วไป จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยมีข้อต่อสู้หลายประการซึ่งหากจำเลยมีโอกาสสู้คดีแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทราบดีว่าถูกฟ้อง แต่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ในวันนัดไต่สวนคำร้องนัดแรกและนัดที่สอง ทนายจำเลยขอเลื่อนคดี ต่อมาในวันนัดที่สามเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ทนายจำเลยแถลงว่าตัวจำเลยไปธุระต่างจังหวัด มาศาลไม่ได้ ทนายจำเลยประสงค์ที่จะเบิกความด้วยตนเอง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่อ้างว่าตัวจำเลยเดินทางไปธุระต่างจังหวัด ไม่ปรากฏว่าเป็นธุระสำคัญประการใดอันเป็นเหตุให้มาศาลไม่ได้ ทั้งที่ฝ่ายจำเลยทราบกำหนดนัดแล้วและการมาศาลก็เป็นธุระสำคัญเช่นเดียวกัน ส่วนที่ทนายจำเลยจะเข้าเบิกความด้วยตนเองนั้น ทนายจำเลยแถลงว่าจะเบิกความเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ได้ไปสอบถามมาจากบุคคลต่าง ๆ แต่ทนายจำเลยไม่มีเอกสารหรือพยานอื่นใดที่จะอ้างส่งในวันนี้เนื่องจากเอกสารบางฉบับยังอยู่ที่ตัวจำเลย เห็นว่า ทนายจำเลยไม่ใช่พยานในประเด็นสำคัญแห่งคดี พฤติการณ์เป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า จึงไม่อนุญาตให้เข้าเบิกความและเมื่อไม่มีพยานอื่นมาศาลจึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย เมื่อจำเลยไม่มีพยานมาสืบให้เห็นว่าการขาดนัดเป็นไปโดยไม่จงใจ จึงฟังว่าจำเลยขาดนัดโดยจงใจ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีมีข้อพิจารณาในประการสุดท้ายว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องแล้วมีการส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้องแก่จำเลยตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นภูมิลำเนาตามกฎหมาย ผลการส่งหมายได้ความจากมารดาจำเลยว่าบ้านจำเลยมีแต่บ้านเลขที่ทางทะเบียน ไม่มีตัวบ้าน จึงไม่สามารถส่งหมายแก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนบ้านได้ ศาลจึงอนุญาตตามคำขอของโจทก์ให้ส่งโดยวิธีอื่นแทน โดยประกาศให้จำเลยยื่นคำให้การแก้คดีและแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์ กรณีดังกล่าวถือว่าได้มีการส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยเองก็ยอมรับในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่าจำเลยย้ายที่อยู่โดยไม่แจ้งย้ายภูมิลำเนาในทะเบียนบ้าน จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยยึดถือเอาถิ่นที่อยู่ใดเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามกฎหมาย เมื่อมีการประกาศหนังสือพิมพ์ให้จำเลยทราบวันยื่นคำให้การแก้คดีและวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยไม่ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ จึงถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ย่อมไม่อาจขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วิรัช ลิ้มวิชัย-ทองหล่อ โฉมงาม-จิระวรรณ ศิริบุตร) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายปณัฐ สมบูรณสิน ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร มงคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99331
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายปณัฐ สมบูรณสิน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิเชียร มงคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055747"
    }
}
date
2545
deka_no
1723/2545
deka_running_no
1723
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 207 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมบูรณ์ แพงพิศาล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,847,326.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 24 ต่อปี ของต้นเงิน 5,137,876.88 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 5,137,876.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้องได้ถูกรื้อทิ้งไปก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้นานแล้ว ซึ่งโจทก์ทราบที่อยู่ของจำเลยในกรุงเทพมหานครตามที่ระบุไว้ในสัญญาระหว่างโจทก์จำเลย แต่จำเลยไม่ได้แจ้งย้ายทะเบียนบ้าน เมื่อพนักงานเดินหมายนำหมายไปส่งให้จำเลยที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องการส่งหมายเรียกให้จำเลยโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ก็เป็นการประกาศในหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจซึ่งไม่ได้มีจำหน่ายทั่วไป จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยมีข้อต่อสู้หลายประการซึ่งหากจำเลยมีโอกาสสู้คดีแล้ว จำเลยจะไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทราบดีว่าถูกฟ้อง แต่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ในวันนัดไต่สวนคำร้องนัดแรกและนัดที่สอง ทนายจำเลยขอเลื่อนคดี ต่อมาในวันนัดที่สามเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ทนายจำเลยแถลงว่าตัวจำเลยไปธุระต่างจังหวัด มาศาลไม่ได้ ทนายจำเลยประสงค์ที่จะเบิกความด้วยตนเอง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่อ้างว่าตัวจำเลยเดินทางไปธุระต่างจังหวัด ไม่ปรากฏว่าเป็นธุระสำคัญประการใดอันเป็นเหตุให้มาศาลไม่ได้ ทั้งที่ฝ่ายจำเลยทราบกำหนดนัดแล้วและการมาศาลก็เป็นธุระสำคัญเช่นเดียวกัน ส่วนที่ทนายจำเลยจะเข้าเบิกความด้วยตนเองนั้น ทนายจำเลยแถลงว่าจะเบิกความเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ได้ไปสอบถามมาจากบุคคลต่าง ๆ แต่ทนายจำเลยไม่มีเอกสารหรือพยานอื่นใดที่จะอ้างส่งในวันนี้เนื่องจากเอกสารบางฉบับยังอยู่ที่ตัวจำเลย เห็นว่า ทนายจำเลยไม่ใช่พยานในประเด็นสำคัญแห่งคดี พฤติการณ์เป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า จึงไม่อนุญาตให้เข้าเบิกความและเมื่อไม่มีพยานอื่นมาศาลจึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย เมื่อจำเลยไม่มีพยานมาสืบให้เห็นว่าการขาดนัดเป็นไปโดยไม่จงใจ จึงฟังว่าจำเลยขาดนัดโดยจงใจ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีมีข้อพิจารณาในประการสุดท้ายว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องแล้วมีการส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้องแก่จำเลยตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นภูมิลำเนาตามกฎหมาย ผลการส่งหมายได้ความจากมารดาจำเลยว่าบ้านจำเลยมีแต่บ้านเลขที่ทางทะเบียน ไม่มีตัวบ้าน จึงไม่สามารถส่งหมายแก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนบ้านได้ ศาลจึงอนุญาตตามคำขอของโจทก์ให้ส่งโดยวิธีอื่นแทน โดยประกาศให้จำเลยยื่นคำให้การแก้คดีและแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์ กรณีดังกล่าวถือว่าได้มีการส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยเองก็ยอมรับในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่าจำเลยย้ายที่อยู่โดยไม่แจ้งย้ายภูมิลำเนาในทะเบียนบ้าน จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยยึดถือเอาถิ่นที่อยู่ใดเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามกฎหมาย เมื่อมีการประกาศหนังสือพิมพ์ให้จำเลยทราบวันยื่นคำให้การแก้คดีและวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยไม่ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ จึงถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ย่อมไม่อาจขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001034.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545