คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9691/2544 ฉบับเต็ม

#99352
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9691/2544 บริษัทโฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25, มาตรา 26 หนังสือที่จำเลยมีถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะชั่วคราว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและทีดินที่ชำระไปแล้ว และหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทแล้ว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้น มิใช่คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 และมาตรา 26 แห่งพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัด ศาลภาษีอากรกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยแล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายนริศ พิบูลย์วัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินรายพิพาทประจำปีภาษี ๒๕๔๑ โดยกำหนดค่ารายปีเท่ากับค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วจำนวน ๔๙,๒๒๒,๘๔๐ บาท คำนวณเป็นค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท และได้ส่งแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยรับไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยมิได้ใช้ประโยชน์ในโรงเรือนอย่างการประกอบอุตสาหกรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ตามเอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ โจทก์ต้องพิจารณาดำเนินการให้จำเลยนั้น เห็นว่า เอกสารหมาย ล.๒๐ เป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการเขตจตุจักร ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ โดยมีสาระสำคัญว่า จำเลยไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช ๒๔๗๕ เนื่องจากจำเลยเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา ๓ ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะอาคารชั่วคราว จำเลยเห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ชำระไปแล้วระหว่างปีภาษี ๒๕๓๘ ถึง ๒๕๔๐ คืนจากโจทก์และเอกสารหมาย ล.๒๑ เป็นหนังสือฉบับลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๒ มีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระสะสางหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทสลิปฟอร์ม เอ็นจิเนียริง จำกัด ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๒๒ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ เป็นเอกสารที่จำเลยมีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่แล้ว และทั้งมิใช่เป็นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. ๒๔๗๕ ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าจำเลยมิได้ร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้จึงเป็นจำนวนเด็ดขาด เมื่อจำเลยไม่ชำระเกินกว่า ๓ เดือน จึงต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑๐ เป็นเงินเงินเพิ่มจำนวน ๖๑๕,๒๘๕.๕๐ บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายสุธรรม จุลิรัชนีกร ผู้ตรวจร่างคำพิพากษาศาลฎีกา นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ผู้ตรวจย่อข้อกฎหมาย นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ทองหล่อ โฉมงาม-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-โนรี จันทร์ทร) ศาลภาษีอากรกลาง - นายรัถยา สัตยาบัน ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99352
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายรัถยา สัตยาบัน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058547"
    }
}
date
2544
deka_no
9691/2544
deka_running_no
9691
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 25",
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัทโฮปเวลล์(ประเทศไทย)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์

จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัด ศาลภาษีอากรกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๓,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยแล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายนริศ พิบูลย์วัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินรายพิพาทประจำปีภาษี ๒๕๔๑ โดยกำหนดค่ารายปีเท่ากับค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วจำนวน ๔๙,๒๒๒,๘๔๐ บาท คำนวณเป็นค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท และได้ส่งแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยรับไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยมิได้ใช้ประโยชน์ในโรงเรือนอย่างการประกอบอุตสาหกรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ตามเอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ โจทก์ต้องพิจารณาดำเนินการให้จำเลยนั้น เห็นว่า เอกสารหมาย ล.๒๐ เป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการเขตจตุจักร ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ โดยมีสาระสำคัญว่า จำเลยไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช ๒๔๗๕ เนื่องจากจำเลยเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา ๓ ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะอาคารชั่วคราว จำเลยเห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ชำระไปแล้วระหว่างปีภาษี ๒๕๓๘ ถึง ๒๕๔๐ คืนจากโจทก์และเอกสารหมาย ล.๒๑ เป็นหนังสือฉบับลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๒ มีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระสะสางหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทสลิปฟอร์ม เอ็นจิเนียริง จำกัด ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๒๒ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ เป็นเอกสารที่จำเลยมีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่แล้ว และทั้งมิใช่เป็นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. ๒๔๗๕ ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าจำเลยมิได้ร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้จึงเป็นจำนวนเด็ดขาด เมื่อจำเลยไม่ชำระเกินกว่า ๓ เดือน จึงต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑๐ เป็นเงินเงินเพิ่มจำนวน ๖๑๕,๒๘๕.๕๐ บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๕๐๐ บาท แทนโจทก์

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายสุธรรม จุลิรัชนีกร ผู้ตรวจร่างคำพิพากษาศาลฎีกา

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ผู้ตรวจย่อข้อกฎหมาย

นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001059.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544