คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088/2543 ฉบับเต็ม

#99361
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088/2543 นางอรนุช จงกมลวิวัฒน์ กับพวก โจทก์ บริษัทสิทธิกุลก่อสร้าง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 472 โจทก์ทั้งสามซื้อทาวน์เฮาส์หลังพิพาทมาในสภาพใหม่เพิ่งก่อสร้างเสร็จจากจำเลย และเข้าอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ได้เพียง 6 เดือน ก็เกิดความชำรุดบกพร่องในส่วนสำคัญหลายรายการ จนไม่อาจใช้อยู่อาศัยได้อย่างปกติสุขหรือเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติต่อไปได้ เป็นการชำรุดบกพร่องก่อนเวลาอันสมควร จึงหาใช่เป็นเรื่องที่ความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นจากธรรมชาติของการใช้สอยไม่ จำเลยผู้ขายย่อมต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทาวน์เฮ้าส์นั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 472 ___________________________ โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 336,860 บาท แก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 165,860 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ความชำรุดบกพร่องในทาวน์เฮาส์ที่โจทก์ทั้งสามซื้อไปจากจำเลยเกิดจากการที่โจทก์ทั้งสามไม่บำรุงรักษาให้ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยหรือไม่ เห็นว่า ทาวน์เฮาส์หลังพิพาทก่อสร้างขึ้นใหม่โดยจำเลยโฆษณารับรองว่าก่อสร้างด้วยวัสดุเยี่ยมและได้มาตรฐาน แต่เมื่อโจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยในทาวน์เฮาส์หลังพิพาทได้ประมาณ 6 เดือน ตัวอาคารก็เริ่มชำรุด ผนัง ฝ้า เพดานและพื้นบ้านรวมทั้งรั้วกำแพงแตกร้าว เมื่อฝนตกท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณใต้ถุนบ้านและน้ำฝนไหลเข้ามาทางฝาผนังที่แตกร้าว ซึ่งความเสียหายเช่นเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นแก่ทาวน์เฮาส์ของนายสุธนพยานโจทก์ซึ่งซื้อทาวน์เฮาส์มาพร้อมกับโจทก์ทั้งสามในเวลาเดียวกัน การที่ทาวน์เฮาส์หลังพิพาทเกิดความเสียหายชำรุดบกพร่องตามรายการดังกล่าว จึงหาใช่เพราะโจทก์ทั้งสามไม่บำรุงรักษาให้ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยไม่ เพราะผนัง ฝ้าเพดาน พื้นบ้านและกำแพงเกิดแตกร้าว ท่อระบายน้ำอุดตันเช่นนี้ เกิดจากจำเลยก่อสร้างโดยใช้ช่างก่อสร้างที่ฝีมือไม่ได้มาตรฐานและใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่คุณภาพไม่ดีเหมือนเช่นที่โฆษณารับรองไว้ โจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยในทาวน์เฮาส์หลังพิพาทเพียงประมาณ 6 เดือน ความเสียหายดังกล่าวก็เริ่มเกิดขึ้น โจทก์ทั้งสามไม่อาจจะบำรุงรักษาหรือป้องกันมิให้ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะแนวโน้มของความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงสร้างของทาวน์เฮาส์หลังพิพาทตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเนื่องจากใช้ช่างก่อสร้างที่ฝีมือไม่ได้มาตรฐานและใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่คุณภาพไม่ดี แต่ความเสียหายเริ่มมีผลประจักษ์เมื่อโจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยได้ 6 เดือน จึงหาใช่เพราะโจทก์ทั้งสามบำรุงรักษาไม่ดีดังที่จำเลยฎีกา ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ความชำรุดบกพร่องดังกล่าวเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยนั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งสามเพิ่งซื้อทาวน์เฮาส์หลังพิพาทมาในสภาพใหม่เพิ่งก่อสร้างเสร็จจากจำเลยในราคา 1,420,000 บาท และเข้าอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ได้เพียง 6 เดือน ก็เกิดความชำรุดบกพร่องในส่วนสำคัญหลายรายการ จนไม่อาจใช้อยู่อาศัยได้อย่างปกติสุขหรือเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติต่อไปได้ เป็นการชำรุดบกพร่องก่อนเวลาอันสมควร จึงหาใช่เป็นเรื่องที่ความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นจากธรรมชาติของการใช้สอยไม่ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสาม. (วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-สุวัตร์ สุขเกษม-วิบูลย์ มีอาสา) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99361
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069299"
    }
}
date
2543
deka_no
8088/2543
deka_running_no
8088
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "สุวัตร์ สุขเกษม",
    "วิบูลย์ มีอาสา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 472"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางอรนุช จงกมลวิวัฒน์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสิทธิกุลก่อสร้าง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 336,860 บาท แก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 165,860 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ความชำรุดบกพร่องในทาวน์เฮาส์ที่โจทก์ทั้งสามซื้อไปจากจำเลยเกิดจากการที่โจทก์ทั้งสามไม่บำรุงรักษาให้ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยหรือไม่ เห็นว่า ทาวน์เฮาส์หลังพิพาทก่อสร้างขึ้นใหม่โดยจำเลยโฆษณารับรองว่าก่อสร้างด้วยวัสดุเยี่ยมและได้มาตรฐาน แต่เมื่อโจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยในทาวน์เฮาส์หลังพิพาทได้ประมาณ 6 เดือน ตัวอาคารก็เริ่มชำรุด ผนัง ฝ้า เพดานและพื้นบ้านรวมทั้งรั้วกำแพงแตกร้าว เมื่อฝนตกท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณใต้ถุนบ้านและน้ำฝนไหลเข้ามาทางฝาผนังที่แตกร้าว ซึ่งความเสียหายเช่นเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นแก่ทาวน์เฮาส์ของนายสุธนพยานโจทก์ซึ่งซื้อทาวน์เฮาส์มาพร้อมกับโจทก์ทั้งสามในเวลาเดียวกัน การที่ทาวน์เฮาส์หลังพิพาทเกิดความเสียหายชำรุดบกพร่องตามรายการดังกล่าว จึงหาใช่เพราะโจทก์ทั้งสามไม่บำรุงรักษาให้ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยไม่ เพราะผนัง ฝ้าเพดาน พื้นบ้านและกำแพงเกิดแตกร้าว ท่อระบายน้ำอุดตันเช่นนี้ เกิดจากจำเลยก่อสร้างโดยใช้ช่างก่อสร้างที่ฝีมือไม่ได้มาตรฐานและใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่คุณภาพไม่ดีเหมือนเช่นที่โฆษณารับรองไว้ โจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยในทาวน์เฮาส์หลังพิพาทเพียงประมาณ 6 เดือน ความเสียหายดังกล่าวก็เริ่มเกิดขึ้น โจทก์ทั้งสามไม่อาจจะบำรุงรักษาหรือป้องกันมิให้ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะแนวโน้มของความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นจากโครงสร้างของทาวน์เฮาส์หลังพิพาทตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเนื่องจากใช้ช่างก่อสร้างที่ฝีมือไม่ได้มาตรฐานและใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่คุณภาพไม่ดี แต่ความเสียหายเริ่มมีผลประจักษ์เมื่อโจทก์ทั้งสามเข้าอยู่อาศัยได้ 6 เดือน จึงหาใช่เพราะโจทก์ทั้งสามบำรุงรักษาไม่ดีดังที่จำเลยฎีกา ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ความชำรุดบกพร่องดังกล่าวเป็นไปตามธรรมชาติของการใช้สอยนั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งสามเพิ่งซื้อทาวน์เฮาส์หลังพิพาทมาในสภาพใหม่เพิ่งก่อสร้างเสร็จจากจำเลยในราคา 1,420,000 บาท และเข้าอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ได้เพียง 6 เดือน ก็เกิดความชำรุดบกพร่องในส่วนสำคัญหลายรายการ จนไม่อาจใช้อยู่อาศัยได้อย่างปกติสุขหรือเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติต่อไปได้ เป็นการชำรุดบกพร่องก่อนเวลาอันสมควร จึงหาใช่เป็นเรื่องที่ความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นจากธรรมชาติของการใช้สอยไม่ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสาม.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001156.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543