คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7048/2544 ฉบับเต็ม

#99369
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7048/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายทวินโชค พุสดี หรือเทียนทอง กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศ ผู้สมัครต้องเสียเงินค่าบริการจัดหางานให้จำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จ จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ผู้สมัครทำงานตามที่โฆษณาได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่มีข้อความตอนใดยืนยันข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายตั้งแต่ต้น การที่จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ได้ทำงานมิได้หมายความเสมอไปว่า จำเลยมิได้มีเจตนาจัดหางานอันจะทำให้ขาดองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ลำพังเพียงคำฟ้องโจทก์ไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยไม่มีความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ฐานจัดหางานให้คนหางานทำในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ลงโทษจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท? ความผิดฐานอื่นให้ยก และยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานนั้น อาจเป็นความผิดต่างกรรมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบรรยายฟ้องของโจทก์ ถ้าคำฟ้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางาน การกระทำตามฟ้องย่อมไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ สำหรับคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็นสองตอน ฟ้องข้อ (ก) บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันจัดหางานโดยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนทั่วไปเรียกรับเงินค่าบริการเป็นค่าตอบแทนการจัดหางานจากคนหางานและผู้เสียหาย โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ส่วนข้อ (ข) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชนโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษเพื่อร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ได้ค่าตัววันละ ๗๐๐ บาท ถึง ๑,๕๐๐ บาท ค่าตัวจ่ายต่อวัน โดยผู้สมัครต้องเสียเงินค่าบริการจัดหางานให้จำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยกับพวกดังกล่าวนำผู้สมัครไปรวมกลุ่มพูดคุย ที่ต่างจังหวัด โดยไม่ได้คัดตัวนักแสดงแต่อย่างใด และจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ผู้สมัครทำงานตามที่โฆษณาได้ ข้อความตามข้อ (ข) ไม่มีข้อความใดเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ ผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น การที่จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ได้ทำงานมิได้หมายความเสมอไปว่าจะต้องเกิดจากเพราะมิได้มีเจตนาจัดหางาน อันจะถือว่าไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-อภิศักดิ์ พรวชิราภา-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลอาญา - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร ศาลอุทธรณ์ - นายสุพัฒน์ บุญยุบล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99369
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุพัฒน์ บุญยุบล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061908"
    }
}
date
2544
deka_no
7048/2544
deka_running_no
7048
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "อภิศักดิ์ พรวชิราภา",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 8 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทวินโชค พุสดี หรือเทียนทอง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ ฐานจัดหางานให้คนหางานทำในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ลงโทษจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท? ความผิดฐานอื่นให้ยก และยกฟ้องจำเลยที่ ๒

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานนั้น อาจเป็นความผิดต่างกรรมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบรรยายฟ้องของโจทก์ ถ้าคำฟ้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางาน การกระทำตามฟ้องย่อมไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๘, ๗๓ สำหรับคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็นสองตอน ฟ้องข้อ (ก) บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันจัดหางานโดยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนทั่วไปเรียกรับเงินค่าบริการเป็นค่าตอบแทนการจัดหางานจากคนหางานและผู้เสียหาย โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ส่วนข้อ (ข) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาทุจริต หลอกลวงประชาชนโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โฆษณาในหนังสือพิมพ์เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจหารายได้พิเศษเพื่อร่วมงานกับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ได้ค่าตัววันละ ๗๐๐ บาท ถึง ๑,๕๐๐ บาท ค่าตัวจ่ายต่อวัน โดยผู้สมัครต้องเสียเงินค่าบริการจัดหางานให้จำเลยกับพวก อันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยกับพวกดังกล่าวนำผู้สมัครไปรวมกลุ่มพูดคุย ที่ต่างจังหวัด โดยไม่ได้คัดตัวนักแสดงแต่อย่างใด และจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ผู้สมัครทำงานตามที่โฆษณาได้ ข้อความตามข้อ (ข) ไม่มีข้อความใดเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่ ผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น การที่จำเลยกับพวกไม่สามารถจัดให้ได้ทำงานมิได้หมายความเสมอไปว่าจะต้องเกิดจากเพราะมิได้มีเจตนาจัดหางาน อันจะถือว่าไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001090.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544