คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6983/2543 ฉบับเต็ม

#99370
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6983/2543 นายมงคล ทองบัวศิริไล โจทก์ บริษัทดี เค เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 374 วรรคหนึ่ง วิธีการจำหน่ายปุ๋ยของจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 1 ออกใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อตามแต่ลูกค้ากำหนด เพื่อให้ลูกค้านำไปเบิกปุ๋ยจากโกดังของจำเลยที่ 1 และเมื่อมีผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปเบิกปุ๋ยจากโกดังของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็จะจ่ายสินค้าให้โดยไม่จำต้องตรวจดูว่าผู้มาขอรับสินค้าเป็นผู้ที่สั่งซื้อหรือไม่ ดังนี้ มีลักษณะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อปุ๋ยจากจำเลยที่ 2 ได้นำใบสั่งจ่ายสินค้าซึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ออกให้แก่จำเลยที่ 2 ไปขอรับปุ๋ยจากจำเลยที่ 1 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามสัญญาในอันที่จะต้องมอบปุ๋ยให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบปุ๋ยสูตร ๑๖ - ๒๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๑๗๘ ตัน ตันละ ๔,๖๐๐ บาท และปุ๋ย ๔๖ - ๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๖๒ ตัน ตันละ ๕,๖๐๐ บาท หากส่งมอบไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน ๑,๑๖๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายปุ๋ยเคมีและวัสดุภัณฑ์การเกษตร วิธีปฏิบัติในการจำหน่ายปุ๋ยของจำเลยที่ ๑ นั้น จำเลยที่ ๑ จะออกใบสั่งสินค้าให้ลูกค้าโดยระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อตามแต่ลูกค้ากำหนดเพื่อนำไปเบิกจากโกดังของจำเลยที่ ๑ เมื่อมีผู้นำใบเบิกสินค้ามาขอรับสินค้าแล้ว จำเลยที่ ๑ ก็จะจ่ายสินค้าให้แก่ผู้มาขอรับ ต่อมาโจทก์นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปขอรับปุ๋ยพิพาทจากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่จ่ายปุ๋ยตามใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่โจทก์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบปุ๋ยพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามทางปฏิบัติเมื่อจำเลยที่ ๑ ออกใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้ว หากมีผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปเบิกปุ๋ยจากโกดังของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็จะจ่ายสินค้าให้โดยไม่จำต้องตรวจดูว่าผู้มาขอรับสินค้าเป็นผู้ที่สั่งซื้อหรือไม่ ดังนี้มีลักษณะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อปุ๋ยจากจำเลยที่ ๒ ได้นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปขอรับปุ๋ยจากจำเลยที่ ๑ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงต้องผูกพันตามสัญญาในอันที่จะต้องมอบปุ๋ยให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ วรรคสอง? พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบปุ๋ยสูตร ๑๖ - ๒๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๑๗๘ ตัน และปุ๋ยสูตร ๔๖ - ๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๖๒ ตัน แก่โจทก์ หากส่งมอบปุ๋ยดังกล่าวไม่ได้ให้โจทก์ชำระราคาค่าปุ๋ยแทนเป็นเงิน ๑,๑๖๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบปุ๋ยหรือชำระราคา ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑๕,๐๐๐ บาท. (ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ-วิเทพ ศิริพากย์-มงคล ทับเที่ยง) ศาลแพ่ง - นายวชิระ เนตรน้อย ศาลอุทธรณ์ - นายสบโชค สุขารมณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99370
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายวชิระ เนตรน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสบโชค สุขารมณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070603"
    }
}
date
2543
deka_no
6983/2543
deka_running_no
6983
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "มงคล ทับเที่ยง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 374 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมงคล ทองบัวศิริไล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทดี เค เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบปุ๋ยสูตร ๑๖ - ๒๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๑๗๘ ตัน ตันละ ๔,๖๐๐ บาท และปุ๋ย ๔๖ - ๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๖๒ ตัน ตันละ ๕,๖๐๐ บาท หากส่งมอบไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน ๑,๑๖๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ

จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายปุ๋ยเคมีและวัสดุภัณฑ์การเกษตร วิธีปฏิบัติในการจำหน่ายปุ๋ยของจำเลยที่ ๑ นั้น จำเลยที่ ๑ จะออกใบสั่งสินค้าให้ลูกค้าโดยระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อตามแต่ลูกค้ากำหนดเพื่อนำไปเบิกจากโกดังของจำเลยที่ ๑ เมื่อมีผู้นำใบเบิกสินค้ามาขอรับสินค้าแล้ว จำเลยที่ ๑ ก็จะจ่ายสินค้าให้แก่ผู้มาขอรับ ต่อมาโจทก์นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปขอรับปุ๋ยพิพาทจากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่จ่ายปุ๋ยตามใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่โจทก์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบปุ๋ยพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามทางปฏิบัติเมื่อจำเลยที่ ๑ ออกใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้ว หากมีผู้นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปเบิกปุ๋ยจากโกดังของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็จะจ่ายสินค้าให้โดยไม่จำต้องตรวจดูว่าผู้มาขอรับสินค้าเป็นผู้ที่สั่งซื้อหรือไม่ ดังนี้มีลักษณะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อปุ๋ยจากจำเลยที่ ๒ ได้นำใบสั่งจ่ายสินค้าไปขอรับปุ๋ยจากจำเลยที่ ๑ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงต้องผูกพันตามสัญญาในอันที่จะต้องมอบปุ๋ยให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ วรรคสอง?

พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบปุ๋ยสูตร ๑๖ - ๒๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๑๗๘ ตัน และปุ๋ยสูตร ๔๖ - ๐ - ๐ ตราไอยรา จำนวน ๖๒ ตัน แก่โจทก์ หากส่งมอบปุ๋ยดังกล่าวไม่ได้ให้โจทก์ชำระราคาค่าปุ๋ยแทนเป็นเงิน ๑,๑๖๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบปุ๋ยหรือชำระราคา ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑๕,๐๐๐ บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001168.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543