คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7636/2543 ฉบับเต็ม

#99374
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7636/2543 นางสาวเบญจมาศ จันทร์อุดม กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิศวัฒนาการโยธา กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138 ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาฟังได้เพียงว่ามีการเสนอท้ากันในครั้งแรกจะถือให้เอาผลคดีอาญาของศาลชั้นต้นเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีโดยทนายจำเลยขอไปศึกษาข้อเท็จจริงจากทนายจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวเสียก่อน ในวันนัดต่อมาคู่ความแถลงร่วมกันต่อศาลใหม่ว่าขอถือเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลแห่งคดีอาญาของศาลชั้นต้น มาเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยไม่มีข้อตกลงให้ถือเอาผลคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันตามที่เคยเสนอท้ากันไว้ แสดงว่าคู่ความไม่ประสงค์จะถือเอาผลคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีนี้ คงเพียงแต่ให้ถือข้อเท็จจริงคดีนี้ตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาเท่านั้น ข้อตกลงตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวจึงไม่ใช่คำท้า ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๙๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสี่ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนเริ่มสืบพยาน คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงร่วมกันว่า ให้ถือเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลแห่งคดีอาญา หมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้น มาเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายติดใจที่จะนำพยานเข้าสืบเรื่องค่าเสียหายเพียงประเด็นเดียว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง เป็นเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจาก ที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาทั้งสองฉบับฟังได้เพียงว่า มีการเสนอท้ากันในครั้งแรกจะให้ถือเอาผลคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้นเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีนี้ โดยทนายจำเลยทั้งสี่ขอไปศึกษาข้อเท็จจริงจากทนายจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวเสียก่อน แล้วในวันนัดต่อมาคู่ความแถลงร่วมกันต่อศาลใหม่ว่า ขอถือเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลแห่งคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้น มาเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยไม่มีข้อตกลงให้ถือเอาผลคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันตามที่เคยเสนอท้ากันไว้ แสดงว่า คู่ความไม่ประสงค์จะถือข้อเท็จจริงคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีนี้ คงเพียงแต่ให้ถือข้อเท็จจริงคดีนี้ตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาดังกล่าวเท่านั้น ข้อตกลงตามรายงานกระบวนพิจารณาทั้งสองฉบับดังกล่าวจึงไม่ใช่คำท้า และจะถือว่าโจทก์ทั้งสองต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีดังที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ (ปราโมทย์ ชพานนท์-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายกฤษณะสินธุ์ ยิ้มแย้ม ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมชาย เหล็กกล้า แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99374
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดทุ่งสง",
        "judge": "นายกฤษณะสินธุ์ ยิ้มแย้ม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสมชาย เหล็กกล้า"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069750"
    }
}
date
2543
deka_no
7636/2543
deka_running_no
7636
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ ชพานนท์",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวเบญจมาศ จันทร์อุดม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิศวัฒนาการโยธา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๙๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสี่ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ก่อนเริ่มสืบพยาน คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงร่วมกันว่า ให้ถือเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลแห่งคดีอาญา หมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้น มาเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายติดใจที่จะนำพยานเข้าสืบเรื่องค่าเสียหายเพียงประเด็นเดียว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง เป็นเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจาก ที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาทั้งสองฉบับฟังได้เพียงว่า มีการเสนอท้ากันในครั้งแรกจะให้ถือเอาผลคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้นเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีนี้ โดยทนายจำเลยทั้งสี่ขอไปศึกษาข้อเท็จจริงจากทนายจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวเสียก่อน แล้วในวันนัดต่อมาคู่ความแถลงร่วมกันต่อศาลใหม่ว่า ขอถือเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลแห่งคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๙๗/๒๕๓๕ ของศาลชั้นต้น มาเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยไม่มีข้อตกลงให้ถือเอาผลคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันตามที่เคยเสนอท้ากันไว้ แสดงว่า คู่ความไม่ประสงค์จะถือข้อเท็จจริงคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นข้อแพ้ชนะกันในคดีนี้ คงเพียงแต่ให้ถือข้อเท็จจริงคดีนี้ตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาดังกล่าวเท่านั้น ข้อตกลงตามรายงานกระบวนพิจารณาทั้งสองฉบับดังกล่าวจึงไม่ใช่คำท้า และจะถือว่าโจทก์ทั้งสองต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีดังที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฎีกาไม่ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001160.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543