คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4905/2543 ฉบับเต็ม

#99385
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4905/2543 นางสาวภาวินี เพ็งศาสตร์ โจทก์ นายยุทธชัย ทองประเสริฐ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 ศาลชั้นต้นพิพากษากำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ 200,000 บาท โจทก์มิได้อุทธรณ์ ปัญหาเรื่องจำนวนค่าเสียหายสำหรับโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าไม่เกิน 200,000 บาท การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยแล้วกำหนดให้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพิ่มขึ้นเกินกว่า 200,000 บาท ทั้งที่โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้ง จึงไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่กายและชื่อเสียงเนื่องจากการผิดสัญญาหมั้นเป็นเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนความเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์และจำเลยต่างทำงานอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ด้วยกัน และรู้จักกันตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เมื่อต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๖ จำเลยร่วมไปกับโจทก์เพื่อซื้อแหวนเรือนทองฝังเพชร ๑ วง ราคา ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งแหวนวงดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ต่อมามีการกำหนดการสมรสกันในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ แต่เมื่อถึงกำหนดโจทก์จำเลยมิได้มีการสมรสกันตามกำหนดดังกล่าว ต่อมาจำเลยจัดงานพิธีสมรสกับพันโททันตแพทย์หญิงนวลรัตน์ จิตตินันทน์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายเพิ่มจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษากำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ ปัญหาเรื่องจำนวนค่าเสียหายสำหรับโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยแล้วกำหนดให้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพิ่มขึ้นเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่า ค่าเสียหายโจทก์มีเพียงใด เห็นว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุเมธ ตังคจิวางกูร-สมพล สัตยาอภิธาน-วิชา มหาคุณ) ศาลแพ่ง - นายอรรจพล เพชรกาฬ ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสมบูรณ์ นิละทัต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99385
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอรรจพล เพชรกาฬ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวสมบูรณ์ นิละทัต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072461"
    }
}
date
2543
deka_no
4905/2543
deka_running_no
4905
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "สมพล สัตยาอภิธาน",
    "วิชา มหาคุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวภาวินี เพ็งศาสตร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายยุทธชัย ทองประเสริฐ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่กายและชื่อเสียงเนื่องจากการผิดสัญญาหมั้นเป็นเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนความเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์และจำเลยต่างทำงานอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ด้วยกัน และรู้จักกันตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เมื่อต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๖ จำเลยร่วมไปกับโจทก์เพื่อซื้อแหวนเรือนทองฝังเพชร ๑ วง ราคา ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งแหวนวงดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ต่อมามีการกำหนดการสมรสกันในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ แต่เมื่อถึงกำหนดโจทก์จำเลยมิได้มีการสมรสกันตามกำหนดดังกล่าว ต่อมาจำเลยจัดงานพิธีสมรสกับพันโททันตแพทย์หญิงนวลรัตน์ จิตตินันทน์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายเพิ่มจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษากำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ ปัญหาเรื่องจำนวนค่าเสียหายสำหรับโจทก์จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท การที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยแล้วกำหนดให้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพิ่มขึ้นเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่า ค่าเสียหายโจทก์มีเพียงใด เห็นว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001185.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543