คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7897 -ที่ 7898/2544 ฉบับเต็ม

#99452
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7897 - 7898/2544 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายสว่าง หรือ อ๊อด เอื้อสุนทรใส หรือ เอื้อสุนทรวัฒนา จำเลย พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, มาตรา 82 แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกความผิดฐานจัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กับความผิดฐานฉ้อโกงไว้คนละข้อก็ตาม แต่ถ้าอ่านคำฟ้องโจทก์โดยตลอดแล้วย่อมเข้าใจได้ว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดในคราวเดียวกัน เมื่อฟ้องโจทก์ยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จว่าจำเลยทั้งสองสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่สมาพันธรัฐสวิส เท่ากับโจทก์ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจัดหางานในต่างประเทศ ให้แก่ผู้เสียหาย การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82 ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๑ จำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ ๒ โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๔๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ ให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย และ นับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๑๕๘/๒๕๓๘, ๑๑๕๙/๒๕๓๘, ๑๑๖๒/๒๕๓๘, ๑๑๖๓/๒๕๓๘, ๑๑๖๔/๒๕๓๘, ๑๑๖๕/๒๕๓๘, ๑๑๖๖/๒๕๓๘ ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคล เดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครอง คนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐ (ที่ถูกมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง), ๘๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐาน จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๓ ปี ฐานฉ้อโกง จำคุกคนละ ๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๔ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนคำขอที่ให้นับโทษจำเลยทั้งสอง (ที่ถูกจำเลยที่ ๒) ต่อจากโทษในคดีอื่นของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างพิจารณา จึงให้ยกคำขอ ส่วนนี้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาฉ้อโกง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์เฉพาะในข้อหาดังกล่าวย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาดังกล่าวทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งสองสำนวน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยเรียกและรับค่าบริการจากคนหางานเป็นเงินตอบแทนโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดคนละกรรมกับความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์แยกบรรยายฟ้องไว้คนละข้อและเวลาเกิดเหตุมิใช่เวลาเดียวกันทั้งหมด องค์ประกอบ ความผิดทั้งสองฐานแตกต่างกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งสองครบองค์ประกอบความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยทั้งสองจึงต้องมี ความผิดฐานดังกล่าวนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องแยกฐานความผิดฐานทั้งสองไว้คนละข้อก็ตาม แต่ถ้าอ่านคำฟ้องโจทก์โดยตลอดแล้วย่อมเข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดในคราวเดียวกันโดยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยทั้งสอง กับพวกสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศสมาพันธรัฐสวิสได้ เมื่อฟ้องโจทก์ ยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จว่าจำเลยทั้งสองกับพวกสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ ประเทศสมาพันธรัฐสวิส เท่ากับโจทก์ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจัดหางานในต่างประเทศให้แก่ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้อนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พูนศักดิ์ จงกลนี-วิชา มหาคุณ-ปัญญา สุทธิบดี) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายนพรัตน์ อักษร ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิศณุ เลื่อมสำราญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99452
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายนพรัตน์ อักษร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายวิศณุ เลื่อมสำราญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060730"
    }
}
date
2544
deka_no
7898/2544
deka_running_no
7898
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "วิชา มหาคุณ",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 82"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสว่าง หรือ อ๊อด เอื้อสุนทรใส หรือ เอื้อสุนทรวัฒนา"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๑ จำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ ๒

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๔๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ ให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย และ นับโทษจำเลยที่ ๒ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๑๕๘/๒๕๓๘, ๑๑๕๙/๒๕๓๘, ๑๑๖๒/๒๕๓๘, ๑๑๖๓/๒๕๓๘, ๑๑๖๔/๒๕๓๘, ๑๑๖๕/๒๕๓๘, ๑๑๖๖/๒๕๓๘ ของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคล เดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครอง คนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐ (ที่ถูกมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง), ๘๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐาน จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๓ ปี ฐานฉ้อโกง จำคุกคนละ ๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๔ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนคำขอที่ให้นับโทษจำเลยทั้งสอง (ที่ถูกจำเลยที่ ๒) ต่อจากโทษในคดีอื่นของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างพิจารณา จึงให้ยกคำขอ ส่วนนี้

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาฉ้อโกง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์เฉพาะในข้อหาดังกล่าวย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาดังกล่าวทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งสองสำนวน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยเรียกและรับค่าบริการจากคนหางานเป็นเงินตอบแทนโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดคนละกรรมกับความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์แยกบรรยายฟ้องไว้คนละข้อและเวลาเกิดเหตุมิใช่เวลาเดียวกันทั้งหมด องค์ประกอบ ความผิดทั้งสองฐานแตกต่างกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งสองครบองค์ประกอบความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยทั้งสองจึงต้องมี ความผิดฐานดังกล่าวนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องแยกฐานความผิดฐานทั้งสองไว้คนละข้อก็ตาม แต่ถ้าอ่านคำฟ้องโจทก์โดยตลอดแล้วย่อมเข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดในคราวเดียวกันโดยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยทั้งสอง กับพวกสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศสมาพันธรัฐสวิสได้ เมื่อฟ้องโจทก์ ยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จว่าจำเลยทั้งสองกับพวกสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ ประเทศสมาพันธรัฐสวิส เท่ากับโจทก์ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจัดหางานในต่างประเทศให้แก่ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้อนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001079.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7897 -
year
2544