คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2545 ฉบับเต็ม

#99600
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2545 นางมาลิน คุวานันท์ โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นตามคำพิพากษาให้แก่ผู้ร้อง โดยโจทก์และผู้ร้องได้มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ย่อมสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ดังนั้น สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยทั้งสามตามคำพิพากษาในคดีนี้จึงตกเป็นของผู้ร้อง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะรับเงินตามคำพิพากษาจากจำเลยทั้งสาม การที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับตามคำแถลงของโจทก์อันเป็นการดำเนินการในชั้นบังคับตามคำพิพากษาทั้ง ๆ ที่โจทก์สิ้นสิทธิดังกล่าวไปแล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและถูกโต้แย้งสิทธิ จึงชอบที่จะร้องสอดเข้ามาในชั้นบังคับตามคำพิพากษาได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นแก่โจทก์สำหรับที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนอันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดคืออัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 219,964,533 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 93,095,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 200,000 บาท ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องรับเงินตามคำพิพากษาแทนโจทก์ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นงดไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า เห็นว่า การที่โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นตามคำพิพากษาให้แก่ผู้ร้อง โดยโจทก์และผู้ร้องมีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ย่อมสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง และหากการโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ยังไม่มีการยกเลิกกันโดยชอบ สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยทั้งสามตามคำพิพากษาในคดีนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้อง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะรับเงินตามคำพิพากษาจากจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์สิ้นสิทธิที่จะได้รับเงินตามคำพิพากษาจากจำเลยทั้งสามแล้ว การที่โจทก์มายื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับจำเลยทั้งสามให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับตามคำแถลงของโจทก์อันเป็นการดำเนินการในชั้นบังคับตามคำพิพากษา และต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาล ทั้ง ๆ ที่โจทก์สิ้นสิทธิดังกล่าวไปแล้ว เป็นการจงใจที่จะให้ผู้ร้องซึ่งได้รับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินตามคำพิพากษาให้ได้รับความเสียหาย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งไม่จ่ายเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางให้แก่โจทก์ กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและถูกโต้แย้งสิทธิ ผู้ร้องจึงชอบที่จะร้องขอเข้ามาในชั้นบังคับตามคำพิพากษาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) และคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องถือได้ว่าเป็นคำร้องสอดอันเนื่องจากผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ชอบที่ศาลชั้นต้นจะรับคำร้องขอของผู้ร้องไว้เพื่อดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยถึงข้อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องในชั้นบังคับคดีให้ตามรูปคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่งดไต่สวนแล้วยกคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่. (ประพันธ์ ทรัพย์แสง-วิชัย ชื่นชมพูนุท-กำพล ภู่สุดแสวง) ศาลแพ่ง - นายจุมพล กล้าประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99600
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจุมพล กล้าประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053846"
    }
}
date
2545
deka_no
3044/2545
deka_running_no
3044
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "กำพล ภู่สุดแสวง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 306 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมาลิน คุวานันท์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นแก่โจทก์สำหรับที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนอันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดคืออัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 219,964,533 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 93,095,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 200,000 บาท ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องรับเงินตามคำพิพากษาแทนโจทก์

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นงดไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า เห็นว่า การที่โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นตามคำพิพากษาให้แก่ผู้ร้อง โดยโจทก์และผู้ร้องมีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ย่อมสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง และหากการโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ยังไม่มีการยกเลิกกันโดยชอบ สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยทั้งสามตามคำพิพากษาในคดีนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้อง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะรับเงินตามคำพิพากษาจากจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์สิ้นสิทธิที่จะได้รับเงินตามคำพิพากษาจากจำเลยทั้งสามแล้ว การที่โจทก์มายื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับจำเลยทั้งสามให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับตามคำแถลงของโจทก์อันเป็นการดำเนินการในชั้นบังคับตามคำพิพากษา และต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาล ทั้ง ๆ ที่โจทก์สิ้นสิทธิดังกล่าวไปแล้ว เป็นการจงใจที่จะให้ผู้ร้องซึ่งได้รับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินตามคำพิพากษาให้ได้รับความเสียหาย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งไม่จ่ายเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางให้แก่โจทก์ กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและถูกโต้แย้งสิทธิ ผู้ร้องจึงชอบที่จะร้องขอเข้ามาในชั้นบังคับตามคำพิพากษาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) และคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องถือได้ว่าเป็นคำร้องสอดอันเนื่องจากผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ชอบที่ศาลชั้นต้นจะรับคำร้องขอของผู้ร้องไว้เพื่อดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยถึงข้อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องในชั้นบังคับคดีให้ตามรูปคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่งดไต่สวนแล้วยกคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินตามคำพิพากษาของผู้ร้องตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001017.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545