คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4411/2545 ฉบับเต็ม

#99607
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4411/2545 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายสุรชัย นิลพาทย์ จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางไปเอาเมทแอมเฟตามีนที่ซ่อนไว้บ้านมารดามาจำหน่ายให้แก่สายลับ ถือได้ว่าจำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยตรง รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นยานพาหนะที่พึงต้องริบตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ ๕๗ , ๖๖ , ๙๑ , ๑๐๒ ริบของกลาง บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๘๔๘/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๕๗ , ๖๖ วรรคหนึ่ง , ๙๑ ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำคุก ๕ ปี ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๗ ปี ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๑๒ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๖ ปี ๓ เดือน บวกโทษจำคุกในคดีที่รอการลงโทษไว้อีก ๙ เดือน เป็นจำคุก ๖ ปี ๑๒ เดือน นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๘๔๘/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และอุปกรณ์ในการเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และจำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะไปเอาเมทแอมเฟตามีนที่ซ่อนไว้ที่บ้านมารดาจำเลยมาจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยนำเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายไปเก็บไว้ที่บ้านมารดา เมื่อสายลับประสงค์จะซื้อจำเลยก็ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะไปเอาเมทแอมเฟตามีนที่บ้านมารดามาจำหน่ายให้แก่สายลับ เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยตรง รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นยานพาหนะที่พึงต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-ประชา ประสงค์จรรยา-องอาจ โรจนสุพจน์) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายประทีป บุพันธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99607
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายประทีป บุพันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสมพงศ์ แพนเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051490"
    }
}
date
2545
deka_no
4411/2545
deka_running_no
4411
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "องอาจ โรจนสุพจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 102"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรชัย นิลพาทย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ ๕๗ , ๖๖ , ๙๑ , ๑๐๒ ริบของกลาง บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๘๔๘/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๕๗ , ๖๖ วรรคหนึ่ง , ๙๑ ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำคุก ๕ ปี ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๗ ปี ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๑๒ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๖ ปี ๓ เดือน บวกโทษจำคุกในคดีที่รอการลงโทษไว้อีก ๙ เดือน เป็นจำคุก ๖ ปี ๑๒ เดือน นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๘๔๘/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และอุปกรณ์ในการเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และจำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะไปเอาเมทแอมเฟตามีนที่ซ่อนไว้ที่บ้านมารดาจำเลยมาจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยนำเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายไปเก็บไว้ที่บ้านมารดา เมื่อสายลับประสงค์จะซื้อจำเลยก็ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะไปเอาเมทแอมเฟตามีนที่บ้านมารดามาจำหน่ายให้แก่สายลับ เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยตรง รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นยานพาหนะที่พึงต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000997.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545