คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3073/2545 ฉบับเต็ม

#99612
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3073/2545 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นางสาวประภัสสร สว่างศรี จำเลย ป.อ. มาตรา 33 (1) การริบทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ห้ามเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบน้ำเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น ความผิดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นเพราะจำเลยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น การที่จำเลยใช้เครื่องตีน้ำในบ่อกุ้งหาทำให้เครื่องตีน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้แต่อย่างใดไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๙ , ๙๘ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๓๗ กับริบทรัพย์ดังกล่าว และสั่งให้จำเลยส่งทรัพย์สินที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๙ , ๙๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๓๗ จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลาง และให้จำเลยส่งทรัพย์สินที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ควรริบเครื่องตีน้ำในบ่อกุ้งของจำเลยหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าเครื่องตีน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์ของผู้อื่นที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด อันจะเข้าข้อยกเว้นในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ นอกจากนี้ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำถึง ๕ บ่อ จำนวนพื้นที่ถึง ๑๔ ไร่ น้ำเค็มที่ถูกปล่อยออกจากพื้นที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำจึงมากมายมหาศาลสร้างความเดือดร้อนแก่พื้นที่ทำนาใกล้เคียงอย่างมาก ศาลควรริบเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเสียด้วย เพื่อจะมิได้กระทำผิดอีกต่อไป เห็นว่า การริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ห้ามเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบน้ำเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น ความผิดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นเพราะจำเลยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น การที่จำเลยใช้เครื่องตีน้ำในบ่อกุ้งหาทำให้เครื่องตีน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) แต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ไม่ริบของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ทวีวัฒน์ แดงทองดี-พินิจ เพชรรุ่ง-โนรี จันทร์ทร) ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเลิศพงศ์ อินทร์หอม ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายปกรณ์ บุญญกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99612
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี",
        "judge": "นายเลิศพงศ์ อินทร์หอม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายปกรณ์ บุญญกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053840"
    }
}
date
2545
deka_no
3073/2545
deka_running_no
3073
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวประภัสสร สว่างศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๙ , ๙๘ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๓๗ กับริบทรัพย์ดังกล่าว และสั่งให้จำเลยส่งทรัพย์สินที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๙ , ๙๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ , ๓๗ จำคุก ๘ เดือน และปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลาง และให้จำเลยส่งทรัพย์สินที่ริบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ควรริบเครื่องตีน้ำในบ่อกุ้งของจำเลยหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าเครื่องตีน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์ของผู้อื่นที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด อันจะเข้าข้อยกเว้นในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ นอกจากนี้ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำถึง ๕ บ่อ จำนวนพื้นที่ถึง ๑๔ ไร่ น้ำเค็มที่ถูกปล่อยออกจากพื้นที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำจึงมากมายมหาศาลสร้างความเดือดร้อนแก่พื้นที่ทำนาใกล้เคียงอย่างมาก ศาลควรริบเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเสียด้วย เพื่อจะมิได้กระทำผิดอีกต่อไป เห็นว่า การริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ห้ามเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบน้ำเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น ความผิดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นเพราะจำเลยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น การที่จำเลยใช้เครื่องตีน้ำในบ่อกุ้งหาทำให้เครื่องตีน้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) แต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ไม่ริบของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001017.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545